คุณประโยชน์การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชาย

10

แบบสำรวจนี้ถูกจัดทำขึ้นบนพื้นฐานของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบเกี่ยวกับคุณประโยชน์และอันตรายของการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชาย และผลต่างๆ ในเชิงบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับกรณีของการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส “เอชไอวี” (HIV)

ตามรายงานของ ญอมนิวส์ : หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) ได้ตีพิมพ์แบบร่าง (ข้อเขียน) แนะนำเกี่ยวกับการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชาย และได้ขอร้องให้ประชาชนได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายในเวลา 45 วัน เพื่อสรุปและตีพิมพ์คำแนะอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชายออกสู่สาธารณชน

บีบีซี (BBC) ได้รายงานในเรื่องนี้ว่า : หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) ได้ชี้ถึงเป้าหมายในการจัดทำคำแนะนำสำหรับผู้ชายและบิดามารดาที่มีบุตรชาย เพื่อให้บุคคลเหล่านี้จะสามารถตัดสินใจได้ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศ แบบร่างนี้จะขึ้นอยู่กับระบบการตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวกับประโยชน์และอันตรายของการกำหนดการขลิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลในเชิงบวกเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งถือว่าแบบร่างนี้ถูกจัดทำขึ้นบนพื้นฐานของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบเกี่ยวกับคุณประโยชน์และอันตรายของการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชาย และผลต่างๆ ในเชิงบวก เกี่ยวกับกรณีของการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)

ประโยชน์ที่ได้รับจากการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชาย รายงานจาก บีบีซี (BBC)

การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศจะช่วยลดความเสี่ยงของการของการแพร่ของเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ได้ในระดับที่น่าทึ่ง (50-60%) กล่าวคือ ผู้ที่ชายที่ทำการคลิปหนังอวัยวะเพศนั้น ในขณะที่มีเพศสัมพันธ์กับสตรีที่มีเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) เขาจะตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสนี้น้อยลง นอกจากนี้การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศยังจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศ (Herpes) และความเสี่ยงของการติดเชื้อสปีชีส์ที่เป็นอันตรายของไวรัสเอชพีวี (HPV) ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งได้มากถึง 30-40%

ตามรายงานนี้ การศึกษาวิจัยต่างๆ ได้แสดงให้เห็นว่า การขลิบหนังอวัยวะเพศยังสามารถลดความเสี่ยงของสตรีจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะเกิดขึ้นกับผู้ที่คลิปหนังอวัยวะเพศน้อยกว่าคนอื่นๆ และสตรีที่ร่วมเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่คลิปหนังปลายอวัยวะเพศนั้นก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเป็น “มะเร็งปากมดลูก” น้อยลงอีกด้วย ในเด็กผู้ชายก็เช่นเดียวกัน การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศ จะช่วยลดความเสี่ยงให้แก่พวกเขาจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ภาวะแทรกซ้อน หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) ได้ชี้ให้เห็นว่า การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศที่กระทำตามกฎเกณฑ์ทางการแพทย์นั้นมีอันตรายน้อยมาก ตามการรับรองของหน่วยงานนี้ การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศจะไม่มีผลกระทบเชิงลบใดๆ ต่อกิจกรรมและความสุขทางเพศสัมพันธ์ หรือถ้าหากมีก็เล็กน้อยมาก ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการขลิบนั้นโดยทั่วไปแล้วก็คือการมีเลือดไหลและการอักเสบ ส่วนภาวะแทรกซ้อนข้างเคียงที่รุนแรงกว่านั้น “มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก” ในแบบร่างนี้ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลข้างเคียงไม่รุนแรงไว้สำหรับเด็กแรกเกิดร้อยละ 0.50 สำหรับเด็กโตร้อยละ 9 และสำหรับผู้ใหญ่ร้อยละ 5 เกี่ยวกับช่วงเวลาของการขลิบ หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (CDC) กล่าวว่า การขลิบสำหรับเด็กทารกและเด็กจะง่ายกว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและอันตรายน้อยกว่า แต่ทว่าการประวิงเวลาออกไปจนถึงวัยรุ่นหรือเป็นผู้ใหญ่ เจ้าตัวก็ยังสามารถที่จะตัดสินใจกระทำการดังกล่าวได้

ตามตามรายงานนี้ หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) ถือว่าการขลิบหนังอวัยวะเพศของผู้ชายจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและมีประโยชน์ที่สุดวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)

สิ่งที่ควรกล่าวถึงในที่นี้ก็คือ ศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์ซึ่งมีแหล่งที่มาจากคำวิวรณ์ (วะห์ยู) ของพระผู้เป็นเจ้า ได้พูดถึงสิ่งนี้ไว้เมื่อประมาณหนึ่งพันสี่ร้อยปีที่ผ่านมา และได้กำหนดให้การขลิบหนังอวัยวะเพศนี้เป็นบทบัญญัติและคำสั่งทางศาสนา ประเด็นที่ควรกล่าวถึงก็คือว่า ก่อนหน้านี้บีบีซีเคยกล่าวว่า การขลิบหนังอวัยวะเพศเป็น “การกดขี่”

ก่อนหน้านี้บีบีซีเคยรายงานเกี่ยวกับประเด็นการคลิปหนังปลายอวัยวะเพศของผู้ชาย และได้อธิบายว่า เป็นการกระทำที่ไร้สาระและไม่มีประโยชน์ และการกระทำดังกล่าวให้กับเด็กๆ นั้นถือเป็นการกดขี่และการละเมิดสิทธิของพวกเขา บีบีซีได้อ้างว่า การดำเนินการเช่นนี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตหรือการยินยอมของเด็ก ถือเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน!
ในคำรายงานตามสำนวนที่เรียกว่า หลักมนุษยธรรมและวิทยาศาสตร์ตามความเห็นของบีบีซีนั้น บีบีซีไม่ได้อธิบายว่า ในการรักษาโรคต่างๆ ของทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่จำเป็นที่ต้องทำการรักษาด้วยวิธีการอย่างเช่นการผ่าตัด ที่ต้องทนทุกข์ทรมานและทนต่อความเป็นปวดนั้น จะต้องขออนุญาตทารกด้วยวิธีการเช่นใด!

ที่มา islamicstudiesth.com