ท่านอิมามริฎอ (อ.) ผู้ฟื้นฟูซุนนะฮ์ (แบบฉบับ) ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

ฉันจะออกไป (สู่การนมาซอีด) เหมือนดังที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) ได้ออกไป

470

ครั้งหนึ่งมะอ์มูนได้ขอให้ท่านอิมามริฎอ (อ.) ออกไปนำนมาซอีด ในช่วงแรกทีเดียวนั้นท่านอิมาม (อ.) ไม่ยอมรับคำร้องขอของเขา จนกระทั้งมะอ์มูนยืนกรานและรบเร้าท่าน ท่านอิมาม (อ.) จึงกล่าวว่า “…ฉันจะออกไป (สู่การนมาซอีด) เหมือนดังที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) ได้ออกไป” (อัลอิรชาด , เชคมุฟีด , เล่มที่ 2 , หน้าที่ 256 และ 257 )

มะอ์มูน ยอมรับข้อเสนอของท่านอิมามริฎอ (อ.) ท่านอิมามจึงออกเดินทางด้วยเท้าเปล่า หลังจากเดินทางไปได้สักชั่วครู่หนึ่ง ท่านอิมาม (อ.) ได้เงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับกล่าวคำตักบีร (สดุดีความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า) บรรดาผู้ร่วมทางและคนรับใช้ที่ติดตามท่านก็ได้กล่าวคำตักบีรไปพร้อมกับท่านด้วยเสียงที่กึกก้อง ประหนึ่งว่าฟากฟ้าและประตูกำแพงทั้งหลายก็กล่าวคำตักบีรไปพร้อมกับท่านด้วย เมื่อประชาชนที่ได้เห็นท่านอิมามริฎอ (อ.) ในสภาพเช่นนั้น และได้ยินเสียงกล่าวคำตักบีรของท่าน พวกเขาต่างพากันร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไปทั่ว ประหนึ่งว่าเมืองมัรว์ทั้งเมืองอยู่ในสภาพที่สั่นไหว เมื่อข่าวล่วงรู้ไปถึงหูของมะอ์มูน ฟัฎล์ บินซะฮัล ได้กล่าวกับมะอ์มูนว่า “หากอะลี อิบนิมูซา อัรริฎอ (อ.) ออกไปสู่สถานที่นมาซในสภาพเช่นนี้ ประชาชนจะเกิดความหลงใหลในตัวเขา และเราทั้งหมดจะต้องหวั่นเกรงต่อเลือดของเราเอง” ดังนั้นมะอ์มูนจึงออกคำสั่งให้ท่านอิมามริฎอ (อ.) เดินทางกลับ ท่านอิมามจึงได้เดินทางกลับ (อัลอิรชาด , เชคมุฟีด , เล่มที่ 2 , หน้าที่ 256 และ 257  )

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่ได้กล่าวไปนั้นทำให้เราได้ประจักษ์ว่า ในด้านของการอิบาดะฮ์ต่างๆ ของท่านก็เช่นเดียวกัน ท่านอิมามริฎอ (อ.) พยายามที่จะฟื้นฟูซุนนะฮ์ (แบบฉบับ) ของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) ให้เป็นจริงขึ้นในสังคม เป็นประเด็นที่มีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการกำหนดและอธิบายให้เห็นถึงสถานของชีอะฮ์และคำสอนต่างๆ ของอิสลาม