การรักษาสุขภาพตามหลักการของอิสลาม

“ ขอให้มนุษย์พิจารณาถึงอาหารของเขา ” ตัวอย่างอันมหัศจรรย์อันใหญ่หลวงกระบวนการณ์อันน่าพิศวง และคำอำนวยพรอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์ก็คือ อาหารธรรมชาติของเขานั้นมีอยู่ในโลกแล้ว

320

อิสลามในฐานะที่เป็นศาสนา  มีความสนใจใยดีในการรักษาชีวิตให้ตอบสนองต่อความต้องการในทางสร้างสรรค์  อิสลามได้กล่าวถึงความต้องการอันจำเป็นทั้งหลายของชีวิตมนุษย์ไว้ในคำสอนและกฎเกณฑ์ของมัน  ตัวอย่างเช่น  “ และในบรรดาสัญลักษณ์ของพระองค์ก็คือ : พระองค์ได้ทรงสร้างคู่ให้เจ้าจากพวกของเจ้าเองเพื่อว่าเจ้าจักได้พบความผ่อนพักในพวกเขา” ( อัลกรุอาน 30: 21  ) “ โอ้ลูกหลานแห่งอดัม  เราได้ส่งเสื้อผ้ามาให้เจ้าปกปิดความอายของเจ้า ” ( 7 : 26 )  “ และในบรรดาสัญลักษณ์ของพระองค์ก็คือ  การนอนหลับของเจ้าในยามกลางคืนและยามกลางวัน..” ( 30 : 23 )  ในวิธีนี้อิสลามเข้าใจถึงความต้องการทางกาย  กฎเกณฑ์และข้อบังคับต่าง ๆ ของมนุษย์ได้กำหนดคุณค่าเพียงพอสำหรับมนุษย์และจัดกฎเกณฑ์และความแนวความคิดไว้รอบ ๆ แกนสามแกน  ซึ่งแต่ละแกนก็ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน  คือ

1.จัดหาปัจจัยจำเป็นต่าง ๆ สำหรับร่างกายไว้ให้  คืออาหาร  เครื่องดื่ม  ที่อยู่อาศัยและเสื้อผ้า

2.รักษาและคุ้มครองร่างกายของมนุษย์จากสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อมัน

3.ทำให้ได้ใช้พลังงานทางกายตามช่องทางธรรมชาติที่กำหนดไว้ให้  ดังจะได้อธิบายให้ฟังต่อไปนี้

ธรรมชาติจัดหาปัจจัยจำเป็นต่าง ๆ สำหรับร่างกายไว้ให้

ก.อาหารและเครื่องดื่ม

“ ขอให้มนุษย์พิจารณาถึงอาหารของเขา ”   ตัวอย่างอันมหัศจรรย์อันใหญ่หลวงกระบวนการณ์อันน่าพิศวง  และคำอำนวยพรอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์ก็คือ  อาหารธรรมชาติของเขานั้นมีอยู่ในโลกแล้ว  ประกอบด้วยส่วนประกอบสองอย่าง

ส่วนประกอบอย่างแรกก็คือ  วัสดุต่าง ๆ ที่อาจหาได้ในธรรมชาติอย่างเช่น  เกลือ  วิตามิน  คาร์โบไฮเดรต ฯ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ สัตว์และพืช

ส่วนประกอบอีกอย่างหนึ่งซึ่งพระผู้เป็นเจ้าทรงเพิ่มให้แก่อาหารของมนุษย์เพื่อให้เหมาะสมกับรสนิยมทางจิตใจ  ก็คือความติดใจต่อความงามและความสำราญใจที่จะได้จากมัน  พระองค์ทรงประทานรูปทรงที่สวยงามน่าพอใจและมีเสน่ห์ดึงดูดใจมาให้เพื่อเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้มนุษย์รู้สึกนิยมในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้น  นอกจากรับประทานด้วยความรู้สึกเจ็บปวดของความหิวและกระหายแล้ว  ผลไม้ ผัก น้ำผึ้ง น้ำตาล ผลไม้ เปลือกแข็ง น้ำ ฯลฯ ต่าง ๆ ล้วนแต่มีรูปร่างที่สวยงามดึงดุดใจ  มีรสชาติโอชะน่าลิ้มรสเสนอให้แก่มนุษย์ในถาดอันสวยงามและด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสำราญใจ

มีโองการและหะดีษจำนวนมากที่กล่าวว่า  มนุษย์มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ที่จะกินอาหารและเครื่องดื่มและแสวงหาสิ่งโอชารสต่าง ๆ ที่ธรรมชาติจัดหาไว้ให้

กล่าวกันว่าท่านศาสดา ( ซล. ) เห็นด้วยกับการรับประทานเนื้อและผลมะกอกและได้กล่าวว่า  “ เนื้อคืออาหารที่ดีที่สุดในโลกนี้และโลกหน้า ” และ “ จงรับประทานน้ำมันมะกอก และทาตัวด้วยน้ำมันมะกอกเพราะมันเป็นต้นไม้ที่ได้รับการอำนวยพร ”

อิมามอัศศอดิก(อ) มักจะขยั้นขะยอให้ใคร ๆ รับประทานน้ำผึ้ง ทำอาหารด้วย เนย นม ผัก และผลไม้ นานาชนิดโดยกล่าวว่า “ ไม่มีสิ่งใดที่จะรักษาผู้คนได้ดีกว่าน้ำผึ้ง ” และ “ เนยเป็นสิ่งดีที่สุดเมื่อมันเข้าไปในท้อง  แต่ฉันไม่ชอบให้คนสูงอายุกิน ”  “ จงกินนมเพราะทำให้เนื้อเจริญเติบโตและทำให้กระดูกมีกำลัง ” “ การกินถั่วจะเพิ่มพลังในกระดูกขา  ขยายมันสมองให้ใหญ่  และผลิตโลหิตใหม่ ๆ ”

เมื่อถามถึงเรื่องที่อัลลอฮฺตรัส  “ และให้เขาดูว่าอาหารสิ่งใดจะบริสุทธิ์ที่สุดและนำเอาอาหารจากนั้นมาให้เจ้า ” ( 18 : 19 )   ท่านก็ตอบว่า “ อินทผาลัมเป็นอาหารที่บริสุทธิ์ที่สุด ” “ ลูกองุ่นแห้งทำให้ประสาทมีกำลัง   บรรเทาความเหน็ดเหนื่อยและมีกลิ่นหอมทำให้ลมหายใจดีขึ้น ”

อิมาม ริฏอ ( อ ) ได้กล่าวว่า  “ ลูกมะเดื่อช่วยรักษาลมหายใจให้หายเหม็น  ทำให้ปากและกระดูกแข็งแรง  ทำให้ขนขึ้น  ทำให้ความเจ็บป่วยหายไป  ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกินยา ”   “ จงกินลูกแพร์เพราะมันทำให้หัวใจสดชื่นและอาการปวดท้องสงบลง  ด้วยพระอนุมัติแห่งอัลลอฮฺ ”

นี่คือโองการและหะดีษบางข้อนอกจากนั้นยังมีนักเขียนหลายคนได้เรียบเรียงบทความพิเศษที่ว่าด้วย อาหาร  เครื่องดื่ม  และประโยชน์ของมันไว้เพื่อทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี  อิสลามห้ามการทรมานร่างกายด้วยการไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม  ( นอกจากในตอนถือศีลอด ) อิสลามห้ามการทรมานตนเองซึ่งบรรดาผู้ที่คิดว่าการต่อต้านความต้องการตามธรรมชาติของร่างกายและทรมานร่างกายด้วยความหิวกระหายและขาดแคลนจะทำให้เกิดพลังทางจิตวิญญาณและทำให้ความสามารถทางจิตใจและศีลธรรมดีขึ้น

กรุอานประณามความคิดของผู้ที่หันเหไปจากความสุขสำราญทางกายและสิ่งโอชารสต่าง ๆ ที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่ข้าพระองค์  “ จงกล่าวเถิดว่า  ผู้ใดเล่าห้ามสิ่งประดับประดาของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์ทรงนำมาให้บรรดาข้าของพระองค์ และเสบียงอาหารดี ๆ ”  ( 7 : 32 )