ความสำคัญของเลข 40 ในอิสลาม / ที่มาของอัรบาอีน ฮูซัยนี

2427

ในวัฒนธรรมและหลักคำสอนของอิสลาม ตัวเลข 40 หรือ « أرْبَعِين » นั้น นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก และได้ถูกปลูกฝังในความรู้สึกนึกคิดของประชาชาติมุสลิมมาตลอดทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวชีอะฮ์อิมามียะฮ์ ประเด็นของตัวเลข 40 หรือ« أرْبَعِين » นี้

เราสามารถพบเห็นได้จากฮะดิษจำนวนมากที่รายงานมาจากบรรดามะอ์ซูม(อ.) ตัวอย่างเช่น : วจนะของท่าน รอซูลุลลอฮ์ (ศ.) ที่ได้กล่าวว่า:

مَنْ خَفِظَ مِنْ أُمَّتِيْ أرْبَعِيْنَ حَدِيْثًا مِمَّا يَحْتَاجُوْنَ إلَيْهِ مِنْ أَمْرِ دِيْنِهِمْ بَعَثَهُمُ اللهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ فَقِيْهًا عَالِمًا

“ผู้ใดก็ตามจากประชาชาติของฉันที่ท่องจำสี่สิบฮะดีษ ที่เขามีความจำเป็นต่อมันจากเรื่องของศาสนาของพวกเขา อัลลอฮ์จะทรงทำให้เขาฟื้นขึ้นมาในวันกิยามะฮ์ ในฐานะผู้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศาสนา(ฟะกีฮ์) และผู้รู้(อาลิม)”

ในคำพูดของท่านอิมามญะอ์ฟัร อัศ ศอดิก(อ.) กล่าวว่า :

إذا مَاتَ المُؤْمِنُ فَخَضَرَ جَنَازَتَهُ أرْبَعُوْنَ رَجُلاً مِنَ المُؤْمِنُوْنَ،فَقالُوا: اَللهُمَّ إنَّا لاَ نَعْلَمُ مِنْهُ إلاَّ خَيْرًا وَ أنْتَ أعْلَمُ بِهِ مِنَّا، قالَ اللهُ تَبَارَكَ وَ تَعَالَى: إنِّي أجَزْتُ شَهَادَتَكُمْ وَ غَفَرْتُ لَهُ مَا عَلِمْتُ مِمَّا لاَ تَعْلَمُوْنَ

“เมื่อผู้ศรัทธาได้ตายลงโดยมีผู้ศรัทธาสี่สิบคนได้เข้าร่วมพิธีศพของเขา แล้วกล่าวว่า:โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราไม่รู้สิ่งใดจากพวกเขา นอกเสียจากความดีงาม ในขณะที่พระองค์ทรงรู้ดีเกี่ยวกับตัวเขามากกว่าพวกเรา อัลลอฮ์ผู้ทรงจำเริญผู้ทรงสูงส่ง จะทรงตรัสว่า:แท้จริง ข้ายอมรับ(และให้รางวัล)ต่อการเป็นสักขีพยานของพวกเจ้า และข้าได้อภัยโทษแก่เขาแล้วในสิ่งที่ข้ารู้จากสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้”

ในฮะดีษอีกบทหนึ่งจากท่านอิมามบากิร(อ.) ท่านกล่าวว่า :

مَا أخْلَصَ عَبْدٌ الإيْمَانَ بِاللهِ أرْبَعِيْنَ يَوْمًا،إلاَّ زَهْدَهُ اللهُ فِي الدُّنْيَا،وَ بَصَّرَهُ دَاءَهَا وَ دَوَاءَهَا،وَ أنْبَتَ الْحِكْمَةَ فِيْ قَلْبِهِ،وَ أنْطَقَ بِهَا لِسَانَهُ

“ไม่มีบ่าวคนใดที่ทำให้ความศรัทธา(อีหม่าน)มีความบริสุทธิ์ต่ออัลลอฮ์เป็นเวลาสี่สิบวัน นอกเสียจากว่า อัลลอฮ์จะทรงทำให้เขามีความสมถะในโลกนี้ และจะทรงทำให้เขาเข้าใจถึงโรคร้ายของมัน และยารักษาของมัน และจะทำให้วิทยปัญญางอกงามขึ้นในหัวใจของเขา และจะทรงทำให้ลิ้นของเขาพูดด้วยวิทยปัญญานั้น”

مَنْ شَرِبَ الخَمْرَ لَمْ تُحْتَسَبْ صَلَوتُهُ أرْبَعِيْنَ يَوْمًا

“ผู้ใดที่ดื่มสุรา การนมาซของเขาจะไม่ถูกคิดคำนวณเป็นเวลาถึงสี่สิบวัน”

หรือในบางฮะดีษกล่าวว่า : “ใครก็ตามที่บริโภคอาหารฮะรอม ดุอาอ์ของเขาจะไม่ถูกตอบรับถึงสี่สิบวัน”

ในการพัฒนาการของกำเนิดมนุษย์เราก็เช่นกัน อัล-กุรอาน และฮะดีษ ได้กล่าวไว้ว่า :

“ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์มารดาจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งนั้นใช้เวลา 40 วัน ตัวอย่างเช่น :

การเปลี่ยนแปลงจากสภาพอสุจิ (نُطْفَةٌ) ไปเป็นก้อนเลือด (عَلَقَةٌ) จากก้อนเลือดไปเป็นก้อนเนื้อ (مَضْغَةٌ) จากก้อนเนื้อไปเป็นกระดูก และจากกระดูกไปเป็นเนื้อหุ้มกระดูก

ใน อัล-กุรอานได้กล่าวว่า

ท่านนบีมูซา(อ.) ได้ขึ้นไปอยู่บนภูเขา ฏูร (طُور) เพื่อรับคัมภีร์เตารอต (تَوْرَات) ใช้เวลา 40 วัน

ท่านนบีอาดัม(อ.) ได้อยู่ในท่าซุญูด (سُجُوْدٌ) เพื่อขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์(ซ.บ.)บนภูเขาซอฟา (صَفَا) เป็นเวลา 40 วัน

ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ.) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสดาในขณะอายุ 40 ปี

ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ.) ได้ปลีกตัวจากท่านหญิงคอดียะฮ์ 40 คืนก่อนจะจุติท่านหญิงฟาติมะฮ์(อ.)

นี่คือตัวอย่างส่วนหนึ่งจากฮะดีษและอัล-กุรอานที่อ้างถึงตัวเลข 40 (أرْبَعِينَ) ไม่ใช่เพียงแค่นี้ แต่ยังมีอีกนับเป็นร้อยๆตัวอย่างซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตัวเลข 40 แม้ว่าเราจะไม่สามารถรู้ถึงฮิกมะฮ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ของมันได้ก็ตาม

 

rpogik

อัรบาอีน ฮูซัยนี กับเลข40ในอิสลาม

ในวัฒนธรรมแห่ง “อาชูรออ์” คำว่า อัรบาอีน (أرْبَعِيْنَ) นั้น หมายถึง วันที่ 40 ของการเป็นชะฮีด ของท่านอิมามฮุเซน(อ.) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 ของเดือน ซอฟัร เป็นวันที่บรรดาชาวชีอะฮ์อิมามิยะฮ์ให้ความสำคัญอย่างมากวันหนึ่ง มีการจัด มัจญ์ลิซ และการรำลึกถึงวีรกรรมและโศกนาฏกรรมแห่ง “กัรบะลาอ์” มาตลอดทุกยุคสมัย

หลักฐานที่สำคัญในเรื่องเกี่ยวกับ อัรบาอีน ของอิมามฮุเซน(อ.)นั้น ได้แก่ คำรายงานจากท่านอิมามฮะซัน อัล อัสการีย์(อ.)ที่ถูกรายงานไว้ในหนังสือจำนวนมากมายซึ่งได้กล่าวว่า :

عَلاَمَاتُ المُؤْمِنِ خَمْسٌ:

صَلاَةُ إحْدَى وَخَمْسِيْنَ،وَ زِيَارَةُ أرْبَعِيْنَ،

وَ التَّخَتُّمُ بِالْْيَمِيْنِ،وَ تَعْفِيْرُ الجَبِيْنِ بِالسُّجُوْدِ،

وَ الجَهْرِ بِبِسْمِ اللهِ الرَّحْمَـنِ الرَّحِيْم

“สัญลักษณ์ของผู้ศรัทธานั้นมีห้าประการคือ การนมาซห้าสิบเอ็ดรอกาอัต และการอ่านซิยาเราะฮ์อัรบาอีน และการสวมแหวนที่มือขวา และการเอาหน้าผากสัมผัสดินในขณะซุญูด และการอ่านบิสมิลลาฮ์ด้วยเสียงดัง”

ท่านอิมามญะอ์ฟัร อัศ ศอดิก(อ.) ได้สอนให้ศ็อฟวาน อัลญัมมาล อ่าน ซิยาเราะฮ์อัรบาอีนนี้ในช่วงเช้าภายหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้น นี่เป็น คำรายงานที่เชื่อถือได้ที่สุดเกี่ยวกับความสำคัญของอัรบาอีน และการอ่านซิยาเราะฮ์อิมามฮุเซน(อ.)ในวันนี้

%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%b2

แหล่งที่มาของการให้ความสำคัญต่ออัรบาอีนอิมามฮุเซน(อ.)ในประวัติศาสตร์

ยังสามารถกล่าวถึงได้อีก 2 ประเด็นนั่นคือ :

1- ในหนังสือตารีค ฮะบีบ อัซซิยัร تارِيخ حَبِيب السير ได้บันทึกไว้ว่า : ยาซีด บุตรของ มุอาวิยะฮ์ ได้มอบศรีษะของบรรดาชูฮาดาอ์จำนวนหนึ่งคืนให้แก่ท่าน อิมามซัจญาด(อ.) และในวันที่ 20 ซอฟัร ท่านได้ฝังศรีษะเหล่านั้นลงไปกับร่างของบรรดาชูฮาดาอ์ ผู้เป็นเจ้าของศรีษะแต่ละท่าน

ท่านอะบูร็อยฮาน บีรูนีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัลอาษารุลบากียะฮ์ « الآثَار الباقية » ว่า:

ในวันที่ 20 ของเดือน ซอฟัร ศรีษะของท่านอิมามฮุเซน(อ.) ได้ถูกนำกลับไปฝังลงกับร่างอันบริสุทธ์ของท่าน ในช่วงเวลาที่อะฮ์ลุลบัยต์ของท่านอิมามฮุเซน(อ.)เดินทางออกจากเมืองชาม (شام) (ซีเรียปัจจุบัน) เพื่อกลับสู่เมืองมะดีนะฮ์ (مَدِيْنَة) และได้เข้าสู่แผ่นดินกัรบะลาอ์ (كَربَلاَ) ในวันอัรบะอีน เพื่อเป้าหมายในการซิยาเราะฮ์ท่านอิมามฮุเซน(อ.)และบรรดาชูฮาดาแห่งกัรบะลาอ์

2- เป็นวันที่ท่านญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ อันศอรีย์ ได้เดินทางมาจากมะดีนะฮ์มาถึงกัรบะลาอ์พร้อมกับ ท่านอะฏียะฮ์ เพื่อทำการซิยาเราะท่านอิมามฮุเซน(อ.)ในวันนั้นพอดี :

ท่าน ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ อันศอรีย์ และ อะฏียะฮ์ บิน ซะอฺดฺ อัลกูฟีย์ ทั้งสองเป็นบุคคลสำคัญของชีอะฮ์อิมามิยะฮ์ ภายหลังจากการเป็นชะฮีดของท่านอิมามฮุเซน(อ.) ท่านทั้งสองได้มาซิยาเราะฮ์แผ่นดินกัรบะลาอ์ในวันอัรบะอีนของปีแรกนั่นเอง

นี่คือแหล่งที่มาของการให้ความสำคัญต่อ อัรบะอีนอิมามฮุเซน(อ.) และบรรดาชาวชีอะฮ์

อ้างอิง  เว็บไซด์สมาคมนักเรียนไทยในอิหร่าน อันศอรุลมะดีฮ์ (อ.ญ)

แบ่งปัน