"อา รอฟาต"  คือนามของสถานที่หนึ่งที่ตั้งอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมักกะห์  ห่างจากมัสยิดอัล-ฮะรอม  ประมาณ  17 กม. โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 17.95 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเมืองฎออิฟ และนครมักกะฮ์ บรรดา ผู้ไปแสวงบุญที่นครมักกะฮ์เมื่อถึงวันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ก็จะรวมตัวกันอยู่ในทุ่งอารอฟะฮ์ตั้งแต่ตอนบ่ายจนตะวันตกดิน บางรายงานได้มีบันทึกว่า ท่านศาสดาอาดัม (อ) และท่านหญิงฮาวา (อ) ก็ได้พบกันเป็นครั้งแรกบนพื้นพิภพนี้ก็พบกันในสถานที่แห่งนี้ ด้วยเหตุนี้เอง สถานทีแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า...

ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการ “อัลฟุรอต อัลเอาซัฏ” เผยว่า ในวันอาชูรอปีนี้ ได้มีแขกผู้มาซิยารัตฮะรัมอิมามฮุเซ็น ณ กัรบาลาอฺ จำนวน 6,400,000 คน ทั้งชาวอิรักและต่างชาติ

ทัศนะของชีอะฮฺเกี่ยวกับศอฮาบะฮฺนั้นเป็นไปตามทัศนะของ อัล-กุรอาน และฮะดีษของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) มิได้เป็นไปตามความรู้สึก......เหมือนกับที่วะฮาบีกล่าวหา ...!

ทัศนะของนักปราชญ์และมัรญิอฺตักลีด ที่กล่าวถึงประเด็นการมะตั้มและการกรีดหัว เช่น : สำนัก   ฯพณฯท่านอายะตุลลอฮฺ   อัลอุซมา   คอเมเนอี ( ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองท่าน ) : กล่าวว่า “การสร้างความเสียหายให้เกิดกับพิธีกรรมรำลึกถึงท่านอิมามฮุซัยน ( อ .) ถ้าอันตรายนั้นเกิดกับร่างกาย   อันเป็นสาเหตุทำให้สำนักคิด   หรือมุอฺมิน  ...

การบริจาคทานย่อมมีเงื่อนไขของมันที่จำต้องคำนึงอยู่เสมอ ซึ่งมีเงื่อนไขที่สำคัญดังนี้ 1   เลือกสรรในสิ่งที่ดีที่สุด หาใช่สิ่งที่ไร้ค่า อัลกุรอานกล่าวว่า ﻳﺎ ﺃَﻳُّﻬَﺎ ﺍﻟَّﺬِﻳﻦَ ﺁﻣَﻨُﻮﺍ ﺃَﻧْﻔِﻘُﻮﺍ ﻣِﻦْ ﻃَﻴِّﺒﺎﺕِ ﻣﺎ ﻛَﺴَﺒْﺘُﻢْ ﻭَ ﻣِﻤَّﺎ ﺃَﺧْﺮَﺟْﻨﺎ ﻟَﻜُﻢْ ﻣِﻦَ ﺍﻟْﺄَﺭْﺽِ ﻭَ ﻟﺎ ﺗَﻴَﻤّﻤُﻮﺍ ﺍﻟْﺨَﺒِﻴﺚَ ﻣِﻨْﻪُ ﺗُﻨْﻔِﻘُﻮﻥَ...

อิมามญะอ์ฟัร ซอดิก(อ) เป็นอิมามท่านที่หกจากจำนวนอิมามสิบสองท่านของมุสลิมนิกายชีอะฮ์ เป็นอิมามที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างกว้างขวางทั้งในหมู่มุสลิมชีอะฮ์และซุนนีในด้านความรู้

หนึ่งในแบบอย่างของท่านท่านหญิงฟาตีมะห์(อ)  ในด้านอาภรณ์ฮิญาบ เนื่องในวาระ “World Hijab Day” วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ครั้งหนึ่งสาวกคนหนึ่งของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ซ็อลฯ)ซึ่งตาบอดผู้มีนามว่า อบูบะซีร ได้มาหาท่านหญิง ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ซ็อลฯ)ได้แลเห็นท่านหญิงได้แต่งตัวปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดออกมาพบอบูบะซีร ประหนึ่งว่าตนเองกำลังอยู่ต่อหน้าบุคคลที่มีดวงตามองเห็นได้อย่างเป็นปกติ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ซ็อลฯ)ได้ถามท่านหญิงว่า อบูบะซีรเป็นคนตาบอดแล้วไฉนเธอจึงคุมกายอย่างมิดชิดถึงเพียงนี้ ? ท่านหญิงได้ตอบบิดาของตนว่า : เขาไม่เห็นหนู แต่หนูมองเห็นเขา ยิ่งไปกว่านั้นอย่างน้อยเขาก็จะสัมผัสกลิ่นกายของหนูได้ การระมัดระวังตนในการปฏิสัมพันธ์กับชายที่แปลกหน้า(เพศตรงข้าม)ในลักษณะเช่น นี้เป็นอุปนิสัยและมารยาทที่ติดกายของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์อัซซะรอ(อ.) ตลอดมา  

ในศาสนาอิสลามมีเพียงประเด็นเดียวที่มุสลิมคนหนึ่งจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเป็นประจำทุกวัน นั้นคือการนมาซ 5 เวลาในแต่ละวัน    นมาซ 5 เวลาในศาสนาอิสลามเปรียบเสมือนเสาหลักทั้งหลายแห่งบทบัญญัตินี้  และใครก็ตามที่นมาซด้วยกับความบริสุทธิ์ใจ เขาจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ที่ใกล้ชิดเอกองค์ อัลลอฮ์(ซบ) ตามที่คัมภีร์อันทรงเกียรติได้กล่าวไว้  การนมาซที่มีสมาธิจะทำให้มนุษย์ออกห่างจากการกระทำต่างๆ ที่น่ารังเกียจ สำหรับเหตุผลที่ในแต่ละวันมุสลิมคนหนึ่งจะต้องนมาซ 5 เวลาคืออะไรนั้น ?  ท่านศาสนทูตผู้ทรงเกียรติแห่งอิสลาม (ศ็อล) ได้ตอบคำถามไว้ดังนี้ ทำไมเราต้องนมาซซุบฮิ? “ซุบฮฺ” เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มภารกิจของชัยตอนมารร้าย ใครก็ตามที่นมาซในช่วงเวลานั้น และมอบตนให้อยู่ท่ามกลางสายลมแห่งพระเจ้า เขาจะปลอดภัยจากความชั่วร้ายของชัยตอน ทำไมเราต้องนมาซซุฮริ? “ซุฮรฺ”  คือช่วงเวลาที่โลกทั้งหมดได้ทำการกล่าวสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า เป็นสิ่งน่าเกลียดหากประชาชาติของฉันไม่กล่าวสรรเสริญพระองค์ในช่วงเวลานั้น...

ท่านอิมามฮุเซน(อฺ)เป็นผู้ที่มีจริยธรรมตามแบบอย่างของนบีมุฮัมมัด(ศ)และมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเหมือนท่านอะลี(อฺ)เป็นผู้ได้รับมรดกทางด้านคุณงามความดีและเกียรติยศมาจากท่านตาและบิดาของท่านโดยที่ได้รับเอาแบบอย่างอันสูงส่งมาจากบุคคลทั้งสอง เราถือว่าเราอยู่ในช่วงเวลาที่จำเป็นจะต้องยึดถือเอาวิถีชีวิตของท่านอิมามฮุเซน(อฺ)มาปฏิบัติเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพสังคมอันเลวร้ายของเราให้หวนกลับสู่สภาพที่ดีเลิศสำหรับเราในอนาคต ในที่นี้ เราจะกล่าวถึงเรื่องราวบางส่วนที่ได้มีการบันทึกไว้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของอิมามฮุเซน(อฺ) วิถีชีวิตที่ ๑. ท่านอะนัซ(ร.ฏ.)เล่าว่า ข้าพเจ้าได้เคยอยู่ร่วมกับท่านอิมามฮุเซนเมื่อครั้ง ที่สาวใช้คนหนึ่งได้เข้ามาหาท่านและแสดงความคารวะให้สลามท่านพร้อมด้วยเหยือกน้ำอันโอชารส ท่านจึงได้กล่าวกับนางว่า “บัดนี้ เธอได้รับการปล่อยให้เป็นอิสระต่อเบื้องพระพักตร์แห่งอัลลอฮฺ(ซ.บ.)แล้ว” ข้าพเจ้าได้กล่าวขึ้นว่า “นางแสดงความคารวะท่านด้วยน้ำอันโอชารสเหยือกหนึ่งไม่ถึงกับทำให้นางเดือดร้อนแต่ประการใด ทำไมท่านจึงปล่อยนางให้เป็นอิสระด้วย?” ท่านกล่าวว่า “อย่างนี้แหละที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงสอนเรา อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ตรัสว่า “และเมื่อพวกท่านได้รับการแสดงคารวะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นจงได้คารวะตอบด้วยการกระทำที่ดีกว่านั้นหรือให้ตอบแทน” (อัน-นิซาอ์: ๘๖) และการกระทำที่ดีกว่านั้น คือ การปลดปล่อยนางให้เป็นอิสระ” (๑) ******** (๑) กัชฟุล-ฆ็อมมะฮฺ หน้า ๑๘๔, อัล-ฟุศูลุล-มุฮัมมะฮฺ หน้า ๑๕๙

ตัฟซีรอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) เป็นหนึ่งในตัฟซีรที่กล่าวว่าเป็นของท่านอิมาม ซึ่งมีเหตุผลบางประการพาดพิงว่าตัฟซีรดังกล่าวเป็นของท่านอิมาม แต่เป็นเหตุผลที่เชื่อถือไม่ได้แน่นอน ตัฟซีรชุดนี้ได้มีการตีความอัลกุรอาน บทฟาติหะฮฺ (อัลฮัมด์) และบทอัลบะกอเราะฮฺ โองการ 282 โดยรายงานฮะดีษ ซึ่งในวิชาอุลูมกุรอานเรียกว่าตัฟซีร มะอฺซูเราะฮฺ อย่างไรก็ตาม, ท่านอิมามฮะซัน อัสกะรี (อ.) ได้อธิบายถึงประโยคที่ว่า «اَلْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعالَمِين» ไว้ในหลายประเด็น,...

เรื่องล่าสุด