รากเหง้าความปรปักษ์ของซาอุดิอาระเบียต่อพิธี “อัรบะอีนฮุซัยนี”

115

เมื่อวันที่ 10 กันยายน สถานีโทรทัศน์อัลวีซาล (Wesal) ที่ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าของ ได้ทวีตวิดีโอและเขียนว่า  “ชาวมุสลิมไปมักกะห์ แต่ซาฟาวิดไปกัรบาลา” ซาฟาวิด (Safavid) เป็นการอ้างถึงจักรวรรดิซาฟาวิดในยุคกลางของอิหร่าน ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปริเริ่มโดยมุสลิมนิกายวะฮาบี (Wahhabis) เพื่อชี้นำให้เห็นว่าชาวชีอะห์มีความภักดีต่ออิหร่านและชาวอิหร่านไม่ได้เป็นชาวมุสลิม ที่น่าสนใจ คำเดียวกันนี้ได้ถูกใช้โดยไอซิสเพื่อเป็นการอธิบายว่าชีอะห์เป็นพวกนอกศาสนา ในทำนองเดียวกัน “ดาบิค” (Dabiq)  นิตยสารทางการของกลุ่มไอซิส โดยปรกติก็กล่าวถึงชีอะห์ด้วยการเรียกว่า “Rafida” (รอฟีเดาะห์ แปลว่า พวกนอกรีต) หรือ Rejectionists (ผู้ปฏิเสธ)

เช่นนี้ ที่ซาอุดิอาระเบียวางอยู่บนพื้นฐานของการต่อต้านพิธีอัรบะอีน  ความเป็นปรปักษ์นี้มาจากรากเหง้าทางอุดมการณ์ความศรัทธาแบบวะฮาบีของซาอุฯ เพราะวะฮาบีเชื่อว่า การไปเยือนสุสานและการแสดงความเคารพต่อผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นพฤติกรรมของพวกนับถือพระเจ้าหลายองค์ หรือ พหุเทวนิยม (Polytheism)

อันที่จริง ในปี ค.ศ. 1801 ( พ.ศ.2344) วะฮาบีจากคาบสมุทรอาหรับได้เคยโจมตีและปล้นสะดมเมืองกัรบาลาอ์ ในระหว่างการโจมตีกลุ่มวะฮาบีได้ฆ่าสังหารชาวบ้านหลายพันคน ปล้นสุสานของฮุสเซนและทำลายโดมในสุสานแห่งนั้น นักประวัติศาสตร์ชาวซาอุฯ อุสมาน บินบัชร์ นัจดี (Osman Ibn Bishr Najdi) ได้เขียนไว้ว่า “ซาอูด (บุตรของอับดุลอะซีซ และเป็นหลานของ อิบนิ อับดุลอัลวะฮาบ) ได้จัดตั้งกองทัพแห่งพระเจ้า เขาสร้างขึ้นมาสำหรับเมืองกัรบาลาอ์โดยเฉพาะ และเริ่มต้นทำสงครามกับผู้คนในเมืองของฮุสเซน ชาวมุสลิม (วะฮาบี) ได้ทำลายกำแพง เข้าสู่เมือง และฆ่าสังหารผู้คนส่วนใหญ่ของเมืองนี้ทั้งในตลาดและในบ้านเรือนของพวกเขา แล้ว (พวกเขา) ได้ทำลายโดมที่อยู่เหนือหลุมฝังศพของฮุสเซน พวกเขากวาดเอาทุกสิ่งอย่างที่พวกเขาพบภายในโดมและบริเวณใกล้เคียง พวกเขาเอาตะแกรงลูกกรงซึ่งได้รับการประดับประดาด้วยมรกต ทับทิม และอัญมณี อื่นๆ … รวมถึงสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าทรัพย์สิน, อาวุธ, เสื้อผ้า, พรม, ทอง, เงิน, สำเนาอัลกุรอานที่ล้ำค่า”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถูกกระทำซ้ำอีกในความวิบัติรูปแบบเดียวโดยไอซิสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2014 ที่สมาชิกไอซิสได้ขุดและทำลายหลุมฝังศพของพระศาสดายูนุส (โจนาห์ในพระคัมภีร์ไบเบิล) ทางตะวันออกของเมืองโมซูล

อ้างอิงจาก

publicpostonline