คุณลักษณะเฉพาะของท่านอิมามฮุเซน(อ.)ในบทซิยารัตอัรบะอีน

148

ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้พลีอุทิศชีวิตและการดำรงอยู่ทั้งหมดของตนเองเพื่อปลดปล่อยปวงบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า ให้หลุดพ้นออกจากพันธนาการของความไม่รู้และความโง่เขลา (ญะฮาละฮ์) ความมืดมนและการหลงทาง และเพื่อชี้นำพวกเขาไปสู่แสงสว่าง (นูร) และทางนำแห่งพระผู้เป็นเจ้า

  ตำแหน่งของความเป็นบ่าวและการยอมตน (มะกอมอุบูดียะฮ์)

ในเนื้อหาส่วนส่วนหนึ่งของซิยาเราะฮ์อัรบะอีน เราจะอ่าน :

السَّلاَمُ عَلَى صَفِيِّ اللَّهِ وَ ابْنِ صَفِيِّهِ السَّلاَمُ عَلَى الْحُسَيْنِ الْمَظْلُومِ الشَّهِيدِ

“ขอความสันติพึงมีแด่ผู้ถูกคัดสรรของอัลลอฮ์ และบุตรของผู้ถูกเลือกสรรของพระองค์ ขอความสันติพึงมีแด่ท่านอิมามฮุเซน ผู้ถูกอธรรม ผู้เป็นชะฮีด”

ความจงรักภักดีและการยอมตนเป็นบ่าวต่ออัลลอฮ์ (อุบูดียะฮ์) นั้น เป็นคุณลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของท่านอิมามฮุเซน (อ.) และบรรดาผู้ช่วยเหลือของท่าน ตราบที่มนุษย์ยังไปไม่ถึงสถานะแห่งการยอมตนเป็นบ่าว (มะกอมอุบูดียะฮ์) ที่บริสุทธิ์ใจต่อพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เขาก็ไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนตนไปสู่ความสมบูรณ์ (กะมาล) ได้ พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า

وَ الصَّافَّاتِ صَفًّا

“ขอสาบานด้วย (มวลมนุษย์ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์) ผู้ยืนเรียงในแถว (ในการเชื่อฟังและการยอมตนเป็นบ่าวต่อข้า) อย่างเป็นระเบียบ”

และในอีกโองการหนึ่ง คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวถึงบ่าวผู้บริสุทธิ์ของอัลลอฮ์ว่า เป็นบ่อเกิดของความรู้และความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า โดยกล่าวว่า :

فَوَجَدا عَبْداً مِنْ عِبادِنا آتَيْناهُ رَحْمَةً مِنْ عِنْدِنا وَ عَلَّمْناهُ مِنْ لَدُنَّا عِلْماً

“แล้วทั้งสอง (มูซาและเพื่อนร่วมทางของเขา) ได้พบบ่าวคนหนึ่งจากปวงบ่าวของเรา ที่เราได้ประทานความเมตตาจากเราให้แก่เขา และเราได้สอนความรู้จากเราให้แก่เขา”

โองการนี้ชี้ให้เห็นว่า ความภาคภูมิใจสูงสุดของมนุษย์นั้นคือ การที่เขาจะเป็นบ่าวผู้บริสุทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า และนี่ก็คือสถานะของความเป็นบ่าว (มะกอมอุบูดียะฮ์) ที่จะทำให้มนุษย์ได้รับความเมตตาแห่งพระผู้เป็นเจ้า และประตูแห่งวิชาความรู้ทั้งหลายจะถูกเปิดไปสู่หัวใจของเขา ในความเป็นจริงแล้วแก่นแท้ของความรู้แห่งพระผู้เป็นเจ้านั้นจะเกิดขึ้นจากการยอมตนเป็นบ่าว (อุบูดียะฮ์) อย่างแท้จริงต่อพระผู้เป็นเจ้านั่นเอง โดยพื้นฐานแล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้ท่านอิมามฮุเซน (อ.) บรรลุสู่สถานะต่างๆ อันสูงส่งนั้น คือการยอมตนเป็นบ่าวและการยอมสิโรราบอย่างแท้จริงต่อพระผู้เป็นเจ้า นั่นก็คือสิ่งที่เราจะปฏิญาณตนด้วยสิ่งนี้ในทุกๆ การซิยาเราะฮ์ และแม้แต่ตัวท่านอิมาม (อ.) เองก็มีความภาคภูมิใจต่อสิ่งดังกล่าว ตัวอย่างของมันก็คือคำรายงาน (ริวายะฮ์) ต่อไปนี้ :

ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้เดินทางไปยังหลุมฝังศพของท่านหญิงคอดีญะฮ์ ยายของท่าน พร้อมกับอนัส บินมาลิก เคียงข้างหลุมฝังศพนั้น ท่านอิมาม (อ.) ได้ร่ำไห้ จากนั้นได้กล่าวกับอนัส บินมาลิก ว่า “ขอให้ฉันได้อยู่ตามลำพังคนเดียวเถิด!” อนัสกล่าวว่า ฉันได้ถอยออกไปด้านข้างและหลบซ่อนตัวจากสายตาของท่าน ท่านอิมาม (อ.) ได้ทำการนมาซ กล่าวคำรำลึก (ซิกร์) และการวิงวอนขอพร (ดุอาอ์) เมื่อการภาวนาขอพรของท่านดำเนินไปอย่างยาวนานแล้ว ฉันจึงขยับเข้ามาใกล้ๆ ฉันได้ยินท่านรำพึงรำพันเช่นนี้ว่า:

يا رَبِّ! يارَبِّ! اَنْتَ مَوْلاهُ فَاْرْحَمْ عَبيداً اِلَيْكَ مَلْجاهُ

“โอ้พระผู้อภิบาลของข้าฯ! โอ้พระผู้อภิบาลของข้าฯ! พระองค์คือนายของเขา ดังนั้นโปรดทรงเมตตาบ่าวผู้น้อย ผู้พักพิงยังพระองค์ด้วยเถิด”

يا ذَالْمَعالى! عَلَيْكَ مُعْتَمَدى طُوبى لِمَنْ كُنْت اَنْتَ مَوْلاهُ

“โอ้พระผู้ทรงสูงส่งยิ่ง! พระองค์คือแหล่งแห่งความไว้วางใจของข้าฯ ความโชคดีเป็นของผู้ที่พระองค์ทรงเป็นนายของเขา”

طُوبى لِمَنْ كانَ خادِماً اَرِقاً يَشْكُو اِلى ذى الْجَلالِ بَلْواهُ

“ความโชคดีเป็นของบ่าวผู้ไม่หลับไม่นอน ที่ร้องทุกข์ของตนต่อพระผู้ทรงเกรียงไกร”

وَ ما بِهِ عِلَّةٌ وَ لا سَقَمٌ اَكْثَرَ مِنْ حُبِّهِ لِمَوْلاهُ

“และไม่มีความอ่อนแอและความเจ็บป่วยใดที่มากไปกว่าความรักที่เขามีต่อผู้เป็นนายของตน”

اِذا اِشْتَكى بَثَّهُ وَ غُصَّتَهُ اَجابَهُ اللَّهُ ثُمَّ لَبَّاهُ

“เมื่อใดก็ตามที่เขาร้องเรียนความทุกข์และความเศร้าโศกของเขา อัลลอฮ์ก็จะทรงตอบรับและสนองตอบต่อเขา”

اِذا اِبْتَلی بِالظَّلامِ مُبْتَهَلاً اَكْرَمَهُ اللَّهُ ثُمَّ اَدْناهُ

“เมื่อใดก็ตามที่เขาประสบกับความทุกข์ยาก เขาจะวิงวอนขอในความมืดมิด (ของยามค่ำคืน) อัลลอฮ์ก็จะทรงให้เกียรติเขา แล้วทำให้เขาเข้าใกล้ชิด”

หากเราปรารถนาที่จะเป็นผู้ใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า ต้องการที่จะเป็นมุอ์มิน (ผู้ศรัทธา) ที่แท้จริง และกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามแนวทางของท่านอิมามฮุเซน (อ.) จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องยอมสิโรราบต่อพระบัญชาของพระองค์ในทุกสภาพการณ์ แม้ว่าจะขัดกับความปรารถนาและความต้องการของเราก็ตาม โดยการรำพึงรำพันและการอ่านบทซิยาเราะฮ์ อัรบะอีนนี้ เราจะให้คำมั่นสัญญาว่า นับจากนี้เป็นต้นไป เราจะยอมตนเป็นบ่าวที่บริสุทธิ์ใจและจริงใจด้วยการปฏิบัติตามแนวทางของท่านอิมามฮุเซน (อ.)

837083

 

อดทนแบกรับความทุกข์ยากและความโศกเศร้า เพื่อการปฏิรูปและการแก้ไขปรับปรุงสังคม

السَّلاَمُ عَلَى أَسِيرِ الْكُرُبَاتِ وَ قَتِيلِ الْعَبَرَاتِ

“ขอความสันติพึงมีแด่ผู้ประสบกับความทุกข์โศกทั้งหลาย ผู้ถูกสังหาร และผู้เป็นบ่อเกิดของน้ำตาจากดวงตาทั้งหลาย”

ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ต้องอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม และต้องเผชิญกับการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดเวลา

ท่านได้ยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้วยกับชีวิต แน่นอนยิ่งว่า บรรดาผู้นำแห่งพระผู้เป็นเจ้าและผู้ปฏิบัติตามที่ซื่อสัตย์ของท่าน ล้วนจะต้องทนทุกข์ทรมานและอดทนอดกลั้นต่อแรงบีบครั้นทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณมากที่สุด

ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า :

إِنَّ أَشَدَّ النَّاسِ بَلَاءً الْأَنْبِيَاءُ ثُمَّ الَّذِينَ يَلُونَهُمْ ثُمَّ الْأَمْثَلُ فَالْأَمْثَل

“มนุษย์ที่เผชิญกับความทุกข์ยากมากที่สุด คือปวงศาสดา ต่อจากนั้นก็คือผู้ที่ปฏิบัติตามพวกท่าน และที่คล้ายกันนั้นถัดๆ ลงไป”

ในคำรายงานบทหนึ่งจากท่านซัลมาน ฟาริซี ก็ได้ชี้ถึงคุณลักษณะของผู้ศรัทธา (มุอ์มิน) ไว้เช่นกัน โดยที่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

فَعِنْدَهَا يَذُوبُ قَلْبُ الْمُؤْمِنِ فِي جَوْفِهِ كَمَا يَذُوبُ الْمِلْحُ فِي الْمَاءِ مِمَّا يَرَى مِنَ الْمُنْكَرِ فَلَا يَسْتَطِيعُ أَنْ يُغَيِّرَه

“ณ ช่วงเวลา (ใกล้วันสิ้นโลก) นั้น หัวใจของผู้ศรัทธาจะสลายอยู่ด้านในของเขา เหมือนดังเกลือที่จะละลายในน้ำ อันเกิดจากจากความชั่วที่เขาเห็น โดยที่เขาไม่สามารถจะทำการเปลี่ยนแปลงมันได้”

มุอัมมัร บินค็อลลาด ได้เล่าว่า : ในขณะที่ฉันอยู่กับท่านอิมามริฎอ (อ.) ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับชีวิตที่สุขสบายในยุคของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวว่า :

أَنْتُمُ الْيَوْمَ أَرْخَى بَالًا مِنْكُمْ يَوْمَئِذٍ قَالَ: وَ كَيْفَ؟ قَالَ: لَوْ قَدْ خَرَجَ قَائِمُنَا علیه السلام لَمْ يَكُنْ إِلَّا الْعَلَقُ وَ الْعَرَقُ وَ الْقَوْمُ عَلَى السُّرُوجِ وَ مَا لِبَاسُ الْقَائِمِ علیه السلام إِلَّا الْغَلِيظُ وَ مَا طَعَامُهُ إِلَّا الْجَشِب

“ในวันนี้พวกท่านจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากว่าวันนั้น” (หมายถึงช่วงเวลาการปรากฏตัวของมะฮ์ดี) เขากล่าวว่า “จะเป็นอย่างไรหรือ” ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า “เนื่องจากหากกออิม (อ.) ของเรายืนหยัดขึ้นต่อสู้ จะไม่มีสภาพเป็นอย่างอื่น นอกจากเลือดและเหงื่อ และหมู่ชนจะอยู่บนอานม้าศึก เสื้อผ้าของกออิม (อ.) จะหยาบกร้านและอาหารของเขาจะแห้ง”

844792

การอุทิศชีวิตและความเป็นอยู่ของตนเอง เพื่อช่วยเหลือและปลดปล่อยสังคม

وَ بَذَلَ مُهْجَتَهُ فِيكَ لِيَسْتَنْقِذَ عِبَادَكَ مِنَ الْجَهَالَةِ وَ حَيْرَةِ الضَّلاَلَةِ

“และท่านได้สละเลือดเนื้อของท่าน ในทางของพระองค์ เพื่อช่วยปวงบ่าวของพระองค์ให้หลุดพ้นจากความไม่รู้และความสับสนของการหลงทาง”

หนึ่งในหัวใจที่สำคัญที่สุดของการซิยาเราะฮ์ อัรบะอีน คือ การอธิบายถึงปรัชญาการยืนหยัดต่อสู้ในเหตุการณ์แห่งอาชูรอ โดยที่เจตนารมณ์ทั้งหมดของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้ถูกอธิบายสรุปไว้ในประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนในประโยคนี้ว่า

“ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้พลีอุทิศชีวิตและการดำรงอยู่ทั้งหมดของตนเองเพื่อปลดปล่อยปวงบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า ให้หลุดพ้นออกจากพันธนาการของความไม่รู้และความโง่เขลา (ญะฮาละฮ์) ความมืดมนและการหลงทาง และเพื่อชี้นำพวกเขาไปสู่แสงสว่าง (นูร) และทางนำแห่งพระผู้เป็นเจ้า”

และนี่คือเป้าหมายสูงสุดของศาสดาและศาสนทูตของพระผู้เป็นเจ้าทั้งปวงในตลอดเวลาแห่งประวัติศาสตร์ โดยที่ขบวนการต่อสู้แห่งอาชูรอนั้นได้ไปถึงจุดสูงสุดของมัน

การปฏิวัติคุณค่าต่างๆ ในประวัติศาสตร์ได้กล่าวว่า : ภายหลังจากการแต่งตั้งท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) หลักการและค่านิยมต่างๆ ที่เคยดำเนินอยู่ในสังคมที่ต่อต้านคุณค่าและความดีงามทางโลกนี้และปรโลกของประชาชนถูกเปลี่ยนเป็นคุณค่าและความดีงามแห่งพระผู้เป็นเจ้า ความเชื่อโชคลางและความงมงายต่างๆ ได้เปลี่ยนเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง สงคราม การหลั่งเลือดและความอธรรมถูกเปลี่ยนเป็นความยุติธรรม ความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน ประชาชนที่ดูภายนอกว่าเป็นคนชั้นต่ำได้กลายเป็นคนที่เชื่อถือได้และมีสถานะทางสังคมที่สูงส่ง กฎระเบียบและหลักเกณฑ์ทางภายนอกและทางด้านวัตถุ ถูกแทนที่ด้วยหลักเกณฑ์ต่างๆ อันสูงส่งและทรงคุณค่า กระทั่งว่าท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้เน้นย้ำบรรดาเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานของท่านว่า ให้อุตสาห์พยายามอย่างเต็มที่ในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขวิธีการที่ไม่ถูกต้อง และจารีตประเพณีแบบญาฮิลียะฮ์ (อนารยะ)

ในช่วงเวลาที่ท่านส่งมุอาซ บินญะบัลไปยังเยเมน ท่านได้กล่าวกับเขาว่า

“โอ้มุอาซเอ๋ย! เจ้าจงทำลายร่องรอยของญาฮิลียะฮ์ (อนารยะ) และจารีตประเพณีที่หลงผิดให้หมดสิ้น และจงแพร่กระจายซุนนะฮ์ (แบบฉบับ) ต่างๆ อันสูงส่งของอิสลามออกไปในหมู่ประชาชน”

ในช่วงท้ายจากสาส์นฮัจญ์ของท่าน ท่านได้เน้นย้ำถึงการปฏิวัติคุณค่าและความดีงามต่างๆ และการขับเคลื่อนไปสู่สิ่งที่เป็นความสวยงามและความสมบูรณ์แบบ (กะมาลาต) ทั้งหลาย โดยกล่าวว่า

ألا كُلُّ شَيْءٍ من أَمْرِ الْجَاهِلِيَّةِ تَحْتَ قَدَمَيَّ مَوْضُوعٌ

“พึงรู้เถิดว่า ทุกสิ่งจากกิจการแห่งยุคญาฮิลียะฮ์ (อนารยะ) นั้น จะถูกวางลงใต้เท้าทั้งสองของฉัน”

ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็เช่นเดียวกัน ท่านได้แนะนำการปฏิวัติครั้งประวัติศาสตร์ของท่านว่า เป็นการปฏิวัติคุณค่าและความดีงามต่างๆ โดยท่านกล่าวว่า :

إِنِّي أَدْعُوكُمْ إِلَى اللَّهِ وَ إِلَى نَبِيِّهِ فَإِنَّ السُّنَّةَ قَدْ أُمِيتَتْ فَإِنْ تُجِيبُوا دَعْوَتِي وَ تُطِيعُوا أَمْرِي أَهْدِكُمْ سَبِيلَ الرَّشاد

“แท้จริงฉันจะเรียกร้องเชิญชวนพวกท่านไปสู่อัลลอฮ์และไปสู่ศาสดาของพระองค์ เพราะแท้จริงซุนนะฮ์ (แบบฉบับของศาสดา) นั้นได้ถูกทำให้ตายลง ดังนั้นพวกท่านจงตอบรับการเรียกร้องเชิญชวนของฉันและจงเชื่อฟังฉันเถิด แล้วฉันจะนำทางพวกท่านไปสู่แนวทางอันเที่ยงตรง”

ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็เช่นเดียวกับท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ผู้เป็นตาของท่าน ที่เป็นประทีปส่องทางนำในท่ามกลางความมืดมิดของความโง่เขลาและความไม่รู้ (ญะฮัล) ท่านเป็นเสมือนเทียนที่เสียสละและพลีอุทิศตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ประชาชนทั้งหลายบรรลุสู่คุณค่าและความดีงามต่างๆ ภายใต้รัศมี (นูร) ของท่าน ดังเช่นที่คัมภีร์อัลกุรอานได้แนะนำท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ในฐานะประทีปที่ส่องสว่างในท่ามกลางความมืดมิดของความโง่เขลาและความไม่รู้ (ญะฮัล) โดยกล่าวว่า :

يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ إِنَّا أَرْسَلْنَاكَ شَاهِدًا وَمُبَشِّرًا وَنَذِيرًا وَدَاعِيًا إِلَى اللَّهِ بِإِذْنِهِ وَسِرَاجًا مُّنِيرًا

“โอ้ศาสดาเอ๋ย! แท้จริงเราได้ส่งเจ้ามาเพื่อให้เป็นสักขีพยาน เป็นผู้แจ้งข่าวดี เป็นผู้ตักเตือน และเป็นผู้เรียกร้องเชิญชวนไปสู่อัลลอฮ์ ตามพระบัญชาของพระองค์ และเป็นดวงประทีปที่จรัสแสง” [13]

ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ก็ได้แนะนำท่านอิมามฮุเซน (อ.) ว่าเป็นประทีปส่องทางนำโดยที่ท่านกล่าวว่า :

اِنَّ الْحُسَیْنُ مِصْبَاحُ الْهُدَی وَ سَفِینَةُ النَّجَاةِ

“แท้จริงฮุเซน คือประทีปแห่งทางนำและเป็นนาวาแห่งความปลอดภัย”

837082

ความต่ำต้อยไร้เกียรติและความอัปยศอดสูของบรรดาศัตรูของท่านอิมามฮุเซน (อ.)

وَ أَشْهَدُ أَنَّ اللَّهَ مُنْجِزٌ مَا وَعَدَكَ وَ مُهْلِكٌ مَنْ خَذَلَكَ وَ مُعَذِّبٌ مَنْ قَتَلَكَ

“และข้าฯ ขอเป็นสักขีพยานว่า แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงทำให้สัมฤทธิ์ในสิ่งที่พระองค์ทรงให้สัญญาไว้กับท่าน และทรงทำให้ผู้ที่ทอดทิ้งท่านพบกับความอัปยศ และทรงลงโทษทัณฑ์ต่อบรรดาผู้ที่สังหารท่าน”

สาส์นอีกประการหนึ่งจากซิยาเราะฮ์ อัรบะอีน นั่นคือ ความเป็นอมตะของวีรกรรมแห่งอาชูรอ และในความเป็นจริงแล้วสิ่งนี้คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสาส์นแห่งความเร้นลับและการบรรลุความเป็นจริงของสัญญาของพระเจ้า ที่ท่านหญิงซัยหนับ (อ.) เองก็ได้อ่านและได้ชี้ถึงสิ่งนี้ในมัจญ์ลิซของยะซีด ท่านหญิงซัยหนับ (อ.) ได้เปิดเผยให้เห็นในคำพูดของท่านถึงอนาคตอันน่าสะพรึงกลัวของยะซีดและพวกพ้องของมัน และได้แจ้งข่าวดีถึงอนาคตอันสดใสสำหรับผู้ที่ได้สร้างวีรกรรมแห่งอาชูรอ และผู้ดำเนินรอยตามอุดมคติของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ท่านหญิงซัยหนับ (อ.) ได้กล่าวด้วยเสียงดังด้วยความโกรธต่อยะซีดเช่นนี้ว่า :

فَكِد كَيدَكَ واسعَ سَعيَكَ وناصِب جُهدَكَ فَوَاللَّه لا تَمحو ذِكرَنا و لا تُميتُ وَحينَا و لا تُدرِكُ أمرَنا و لا تَدحَضُ عَنكَ عارَها وهَل رَأيَكَ إلاّ فَنَد؟ و أيّامُكَ إلاّ عَدَدٌ ؟و جَمعُكَ إلاّ بَدَدٌ ؟يَومَ يُنادى المُنادى: ألا لَعَنةُ اللَّه عَلَى الظالمينَ

“(โอ้ยะซีดเอ๋ย!) จงวางแผนของเจ้า จงใช้ความพยายามของเจ้า และจงต่อต้านอย่างเต็มกำลังของเจ้าเท่าที่เจ้าสามารถจะกระทำได้เถิด แต่ขอสาบานว่า เจ้าจะไม่สามารถจะลบเลือนการรำลึกถึงเราได้ และเจ้าไม่อาจจะทำให้แสงแห่งวะห์ยู (วิวรณ์) ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราดับลงได้เลย และเจ้าไม่อาจที่จะรับรู้ถึง (ความยิ่งใหญ่ของ) ภารกิจของเราได้ และเจ้าไม่อาจที่จะลบล้างความอัปยศอดสูของเจ้าลงได้เลย และจะเป็นอื่นใดไปหรือ นอกจากการที่แผนการของเจ้าจะต้องอ่อนแอ! และวันเวลาแห่งการปกครองของเจ้าจะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด! และพวกพ้องของเจ้าก็จะต้องแตกกระสานซ่านเซน! ในวันที่ผู้ป่าวประกาศจะประกาศว่า พึงสังวรเถิด การสาปแช่งของอัลลอฮ์จะประสบกับบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย”

หลานสาวของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้แจ้งข่าวถึงอนาคตด้วยความมั่นใจอย่างมาก และด้วยคำพูดที่ลุ่มลึก ในสถานการณ์ที่เปราะบางและเป็นประวัติศาสตร์ โดยไม่มีนักพูดผู้มีฝีปากคนใดกล้าที่จะตอบโต้คำพูดของท่านได้ การบอกข่าวถึงอนาคตของท่านนี้ หลังจากระยะเวลาผ่านเลยไปนับศตวรรษ เราได้เห็นผลต่างๆ ของมันอย่างชัดเจน

ใช่แล้ว….. ! วันนี้สาส์นของซิยาเราะฮ์อัรบะอีนได้บังเกิดผลเป็นจริงขึ้นแล้ว คำพยากรณ์ของท่านหญิงซัยหนับ (อ.) ได้บรรลุสู่ความเป็นจริงแล้ว ในความเป็นจริงแล้วก็คือ สัญญาของพระผู้เป็นเจ้าได้บรรลุความเป็นจริงแล้วนั่นเอง บรรดาศัตรูของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้พบกับความอับอายและความอัปยศอดสูแล้ว และวันนี้ความยิ่งใหญ่ของชื่อและการรำลึกถึงวีรกรรมและมหากาพย์ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกมุมของโลก……..  

อ้างอิงจาก  islamicstudiesth.com