ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับซูเราะฮ์ในอัลกุรอาน : บท “ซูเราะฮ์อัล-อาดิยาต”

951

 

ซูเราะฮ์นี้ถูกประทานลงมา ณ นครมะดีนะฮ์ ( จัดอยู่ในประเภท ซูเราะฮ์ มะดะนียะฮ์ ) มี 11 โองการ

คำว่า“อาดิยาต” เป็นพหูพจน์ของคำว่า ‘อาดิยะฮ’ แปลว่า การวิ่งอย่างรวดเร็ว

ชื่อของซูเราะฮ์นี้นำมาจากโองการที่หนึ่ง

•มนุษย์ที่ไม่รู้จักขอบคุณ

ในฮิจญเราะฮ์ที่ 8 มีชายคนหนึ่งได้แจ้งข่าวแก่ท่านศาสดา (ศ) ว่ามีศัตรูจำนวน12,000 คน ได้รวมตัวกันอยู่ ณ เมืองยาบิส และพวกเขาได้ตกลงและสัญญากันว่า ตราบใดที่ยังไม่ได้ฆ่าท่านศาสดา(ศ.) ท่านอาลี (อฺ) และบรรดามุสลิมแล้ว ก็จะไม่ถอยไปไหนอย่างเด็ดขาด

ท่านศาสดา(ศ)ได้รับสั่งให้กองทัพอิสลาม เตรียมพร้อมจัดทัพ เพื่อออกรบ และส่งบรรดาทหารไปสนามรบ…… แต่ทว่าหากเมื่อใดที่กองทัพได้แพ้กลับมา ท่านศาสดา(ศ)ก็จะส่งแม่ทัพท่าน อาลี อ. ไปยังสนามรบอีกครั้ง.

กองทัพมุสลิมได้จู่โจมฝ่ายศัตรูอย่างรวดเร็ว และในขณะรุ่งอรุณของวันนั้นกองทัพมุสลิม โดยการนำทัพของท่าน อาลี (อ) ได้ปิดล้อมฝ่ายศัตรูไว้ และ ได้เผชิญหน้ากัน

ฝ่ายมุสลิมได้เรียกร้องพวกเขาสู่อิสลาม และ เมื่อพวกเขาไม่ยอมรับอิสลาม ฝ่ายมุสลิมจะเข้าไปโจมตีทันที

ซูเราะฮ์อาดิยาตก็ถูกประทานลงมาในค่ำคืนนั้น ท่านศาสดา(ศ) ได้อ่านซูเราะฮ์นั้นในนมาซ ศุบฮ์

หลังจากนมาซ บรรดาสาวกได้กล่าว่า เราไม่เคยได้ยินซูเราะฮ์นี้มาก่อนเลย”

ท่านศาสดา (ศ)ได้กล่าวตอบว่า” อาลี(อ)ได้รับชัยชนะเหนือศัตรูแล้ว ……..พระองค์อัลลอฮจึงทรงประทานโองการเหล่านี้ลงมา”

หลังจากนั้นไม่กี่วันท่าน อาลี (อ) ได้นำทรัพย์สินมากมายที่สามารถยึดได้จากสงครามกลับมา และได้นำเชลยสงครามกลับมาด้วย โดยเอาเชือกผูกร้อยที่เท้าของบรรดาเชลยเป็นเหมือนกับโซ่ ดังนั้นสงครามในครั้งนั้นเรียกว่า “สงครามซะลาซิล” ดังกุรอาน ได้กล่าว่า

بسم الله الرحمن الرحيم

وَالْعَادِيَاتِ ضَبْحاً    فَالْمُورِيَاتِ قَدْحاً    فَالْمُغِيرَاتِ صُبْحاً    فَأَثَرْنَ بِهِ نَقْعاً

فَوَسَطْنَ بِهِ جَمْعاً    إِنَّ الْإِنسَانَ لِرَبِّهِ لَكَنُودٌ    وَإِنَّهُ عَلَى ذَلِكَ لَشَهِيدٌ    وَإِنَّهُ لِحُبِّ الْخَيْرِ لَشَدِيدٌ

 أَفَلَا يَعْلَمُ إِذَا بُعْثِرَ مَا فِي الْقُبُورِ   ‏ وَحُصِّلَ مَا فِي الصُّدُورِ    إِنَّ رَبَّهُم بِهِمْ يَوْمَئِذٍ لَّخَبِيرٌ

ด้วยพระนามของ อัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ปราณี ยิ่ง

1. ขอสาบานด้วยม้าที่วิ่งหอบ

2. แล้วด้วยม้าที่กีบเท้าของมันกระทบกับหินจนเกิดประกายไฟ

3. แล้วด้วยม้าที่จู่โจมศัตรูในยามเช้าตรู่

4.แล้วพวกมันได้ทำให้ฝุ่นตลบฟุ้งในยามนั้น

5. แล้วพวกมันได้บุกเข้าไปท่ามกลามศัตรูในยามนั้น

6. แท้จริงมนุษย์เป็น ผู้เนรคุณต่อพระผู้อภิบาลของเขา

7. และแท้จริงเขาได้เป็นพยานต่อการนั้นอย่างแน่นอน

8. และแท้จริงเขาหวงแหนและรักต่อทรัพย์สมบัติ

9. เขาไม่รู้ดอกหรือว่า เมื่อสิ่งที่อยู่ในหลุมฝังศพ ถูกให้ฟื้นขึ้นมา

10.และสิ่งที่อยู่ในทรวงอกถูกเผยออก

11. แท้จริง พระผู้อภิบาลของพวกเขาในวันนั้นทรงตระหนักในพวกเขาอย่างแน่นอน

แปลและเรียบเรียง โดย เชค อัสการีย์