แบบอย่างความรักที่มีต่ออิมามฮุเซน (อ)

251

ท่านอิมามฮุเซน (อ) เป็นที่รักของดวงใจทั้งมวล แต่บรรดาสหาย (สาวก) และผู้ช่วยเหลือของท่านอิมาม (อ) มีความรักและความผูกพันต่อท่านมากกว่าบุคคลอื่นใดทั้งหมด และด้วยกับความรักที่มีต่อท่านอิมามฮุเซน (อ) นี่เองที่ไฟแห่งความรักและความผูกพันที่มีต่อลูกของตัวเองได้ถูกดับลงในแผ่นดินกัรบาลา และถูกแทนที่ด้วยความรักและความผูกพันที่แท้จริง

ณ กัรบะลาอฺ ในวันอาชูรอ ในระหว่างการต่อสู้นั้น ท่านอิมามฮุเซน (อ) ได้กล่าวกับบิชร์ บินอัมร์ ฮัฎรอมีย์ (ชาวเยเมน) ว่า “พวกเขาได้จับตัวลูกของเจ้าที่ชายแดนเมืองเรย์ไว้เป็นเชลย” เขาได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าจะขอเอาสิ่งทดแทนชีวิตของเขาและของตัวข้าพเจ้าจาก ณ อัลลอฮ์ ข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรเล่า หลังจากที่เขาถูกจับเป็นเชลย”

เมื่อท่านอิมาม (อ) ได้ยินคำพูดเช่นนั้นของเขา ท่านจึงกล่าวว่า “ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาเจ้า เจ้าเป็นอิสระแล้วจากการให้สัตยาบัน (บัยอัต) ต่อฉัน ดังนั้นเจ้าจงไปเถิด แล้วจงหาทางไถ่ตัวลูกของเจ้าจากการเป็นเชลย”

เขาตอบว่า

أكلَتْني السباعُ حيّاً إن فارقتُك يا أبا عبدالله

“ขอให้สัตว์ร้ายจงกัดกินข้าพเจ้าทั้งเป็นเถิด หากข้าพเจ้าได้แยกตัวไปจากท่าน โอ้ท่านอบาอับดิลลาฮ์!”

ท่านอิมาม (อ) จึงกล่าวกับเขาว่า “ดังนั้นจงมอบเสื้อผ้า 5 ชุดนี้ให้แก่มุฮัมมัดลูกชายของเจ้า เพื่อใช้ในการไถ่ตัวน้องชายของเขา” ท่านอิมาม (อ) ได้มอบเสื้อผ้าห้าชุดนั้นแก่เขา ซึ่งมีราคาหนึ่งพันดีนาร (17)

และเขาเองก็ได้เป็นชะฮีดลงในการโจมตีครั้งแรก และในบทซิยาเราะฮ์อันนาฮิยะฮ์อัลมุก็อดดะซะฮ์ ในซิยาเราะฮ์ต่อท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) และบรรพบุรุษของท่าน เราจะกล่าวกับบรรดาชะฮีดแห่งกัรบะลา ใจความตอนหนึ่งจะกล่าว

โดยตรงต่อบิชร์ บินอัมร์ ฮัฎรอมีย์ ว่า

السّلام على بِشرِ بن عُمَر الحَضْرميّ، شكَرَ اللهُ قولَك للح
سين ـ وقد أذِنَ لك في الانصراف: أكلَتْني إذَنِ السِّباعُ حيّاً إنْ فارَقْتُك وأسألُ عنك الرُّكْبان، وأخْذُلُك مع قلّةِ الأعوان، لا يكونُ هذا أبداً!

“ขอความสันติจงมีแด่บิชร์ บินอุมัร อัลฮัฎรอมีย์ ขออัลลอฮ์ทรงตอบแทนรางวัลแด่คำพูดของท่านที่กล่าวต่อท่านอิมามฮุเซน (อ) ในขณะที่ท่าน (อิมาม) ได้อนุญาตแก่ท่านให้ออกจากการต่อสู้ได้ว่า : ขอให้สัตว์ร้ายจงกัดกินข้าพเจ้าทั้งเป็นเถิด หากข้าพเจ้าได้แยกตัวไปจากท่าน แล้วข้าพเจ้าจะสอบถามจากบรรดาผู้ขี่อูฐเกี่ยวกับข่าวคราวท่าน ในขณะที่ข้าพเจ้าได้ทอดทิ้งท่าน ทั้งๆ ที่มีผู้ช่วยเหลือจำนวนน้อยนิด สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” (อิกบาลุลอะอ์มาล, ซัยยิด อิบนิฏอวูซ, หน้าที่ 576 )

ท่านอบัลฟัฎลิ์ อัลอับบาส (อ) ผู้ซึ่งมีความรู้จัก (มะอ์ริฟะฮ์) และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อนท่านอิมามฮุเซน (อ) ผู้เป็นนายของตน ท่านได้กล่าวกับท่านอิมาม (อ) ผู้เป็นที่รักยิ่งของท่านก่อนจะออกสู่สมรภูมิเช่นนี้ว่า

يا أبا عبدِ اللَّهْ: واللَّهِ، ما أمسَى على وَجْهِ الأرضِ قريبٌ ولا بعيدٌ أعزُّ عليَّ ولا أحبُّ إليَّ منكْ

“โอ้ท่านอบาอับดิลลาฮ์ ขอสาบานต่อัลลอฮ์ว่า ไม่มีผู้ใดในหน้าแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ที่จะมีเกียรติยิ่งและเป็นที่รักยิ่งสำหรับข้าพเจ้ายิ่งไปกว่าท่าน…” ( อิกบาลุลอะอ์มาล, ซัยยิด อิบนิฏอวูซ, หน้าที่ 576 )

ความรักแบบเดียวกันนี้นั่นเองที่ทำให้บรรดาผู้รอคอยการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิหม่ามมะฮ์ดี (อ) ต้องร้องไห้รำพันและโอดครวญเนื่องจากการจำพรากจากผู้ที่ตนรักและผูกพัน (ในคำอ่านของดุอาอ์นุดบะฮ์ของตน) ว่า

أَيْنَ الْحَسَنُ أَيْنَ الْحُسَيْنُ؟ أَيْنَ أَبْناءُ الْحُسَيْنِ؟

“อยู่ไหนกันเล่าท่านอิมามฮะซัน อยู่ไหนกันเล่าท่านอิมามฮุเซน อยู่ไหนกันเล่าลูกหลานของท่านฮุเซน”

أَيْنَ بَقِيَّةُ اللَّهِ الَّتى لا تَخْلُوا مِنَ الْعِتْرَةِ الْهادِيَةِ؟

“อยู่ไหนเล่าท่านบะกียะตุลลอฮ์ ผู้ซึ่งโลกจะไม่ว่างเปล่าจากอิตเราะฮ์ (เชื้อสายของท่านศาสดา) ผู้ชี้นำ (ประชาชาติ)”

أَيْنَ الطّالِبُ بِدَمِ الْمَقْتُولِ بِكَرْبَلاءَ؟

“อยู่ไหนเล่าผู้ที่จะมาทวงหนี้เลือดของ (ท่านอิมามฮุเซน) ผู้ถูกสังหารในแผ่นดินกัรบะลา”
และพวกเขาพร้อมที่จะสละโลกและทุกอย่างในโลกนี้ เพื่อที่จะได้พบเห็นหน้าของผู้เป็นที่รักของตน

عَزِيزٌ عَلَيَّ أَنْ أَرى الخَلْقَ وَلاتُرى وَلا أَسْمَعُ لَكَ حَسِيساً وَلا نَجْوى

“ช่างเป็นความเจ็บปวดสำหรับข้าฯ เสียนี่กระไร ที่ข้าฯ ได้พบเห็นผู้คนทั้งหลาย แต่กลับไม่ได้พบเห็นท่าน และไม่ได้รับฟังเสียงของท่าน แม้จะเป็นเสียงที่แผ่วเบา”

عَزِيزٌ عَلَيَّ أَنْ تُحِيطَ بِكَ دُونِيَ البَلْوى وَلا يَنالُكَ مِنِّي ضَجِيجٌ وَلا شَكْوى

“ช่างเจ็บปวดสำหรับข้าฯ เสียนี่กระไร ที่ความทุกข์ยากทั้งหลายได้ห้อมล้อมท่านโดยที่ไม่มีข้าฯ อยู่ด้วย และเสียงเรียกร้องคร่ำครวญและการร้องทุกข์จากข้าฯ นั้นไปไม่ถึงท่าน”

هَلْ إِلَيْكَ يَابْنَ أَحْمَدَ سَبيلٌ فَتُلْقى؟

“มีหนทางใดบ้างไหมที่จะไปยังท่าน เพื่อที่เราจะได้พบกับท่าน” (ดุอานุดบะฮ์, มะฟาตีฮุลญินาน )
ท่านอิมามมูซา กาซิม (อ) ได้แจ้งข่าวดีสำหรับผู้ที่มั่นคงอยู่บนความรักและการยึดมั่นต่อท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) ว่า พวกเขาเหล่านั้นจะได้อยู่ในฐานันดรเดียวกับบรรดาอิมามและอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ) ในสรวงสวรรค์ โดยท่านได้กล่าวว่า

طوبى لشيعتنا، المتمسكين بحبلنا في غيبة قائمنا، الثابتين على موالاتنا والبراءة من أعدائنا، أولئك منا ونحن منهم، قد رضوا بنا أئمة، ورضينا بهم شيعة، فطوبى لهم، ثم طوبى لهم، وهم والله معنا في درجاتنا يوم القيامة

“ความโชคดีจงมีแด่ชีอะฮ์ของเรา ผู้ที่ยึดมั่นต่อสายเชือกของเราในยุคแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) ของกออิมของเรา ผู้ที่มั่นคงอยู่บนความรักและการปฏิบัติตามเราและแสดงความเป็นปรปักษ์และการแยกตัวออกจากบรรดาศัตรูของเรา บุคคลเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งจากเราและเราก็เป็นส่วนหนึ่งจากพวกเขา พวกเขาพึงพอใจต่อการเป็นอิหม่ามของเรา และเราก็พึงพอใจต่อการเป็นชีอะฮ์ของพวกเขา ดังนั้นความโชคดีจงมีแด่พวกเขา และความโชคดีจงมีแด่พวกเขา และขอสาบานต่ออัลลอฮ์ พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกับเราในฐานันดรเดียวกับเราในวันชาติหน้า” (กะมาลุดดีน, เล่มที่ 2, หน้าที่ 4, ฮะดีษที่ 5 )