เราได้รับบทเรียนอะไรจากสูเราะฮฺ “อัลเกาษัรฺ” ?

150

Bismillahin Noor *  ด้วยพระนามเจ้าของ “อัลเกาษัรฺ”

เราได้รับบทเรียนอะไรจากสูเราะฮฺ “อัลเกาษัรฺ” ?

ก่อนที่สูเราะฮฺอัลเกาษัรฺจะถูกประทานลงมาให้กับ

ท่านศาสดาอิสลาม (ศ) ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา)

ศรีภรรยาสุดที่รักของท่านได้ให้กำเนิดบุตรชายสองคนด้วยกัน

คือกอซิมกับอับดุลลอฮฺ แต่ปรากฏว่าบุตรชายทั้งสองของท่าน

ต้องอำลาจากโลกดุนยาไปตั้งแต่เป็นทารก

สิ่งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับท่านนบี (ศ) อย่างสุดที่จะพรรณนา

(หัวอกของคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่เคยประสบกับเหตุการณ์ทำนองนี้คงจะทราบดี)

ในช่วงวิกฤติแห่งความโศกโศกาอาลัยนั้นเอง

ชายคนหนึ่งซึ่งมีนามว่า “อาศ บินวาอิล” ได้ไปพบท่านนบี (ศ)

อย่าคิดว่าที่ไปเพื่อจะปลอบประโลมใจนะครับ

แต่ไปเพื่อต้องการจะเยาะเย้ยถากถางว่าท่านศาสนทูตอิสลาม (ศ)

“อับตัรฺ” หมดทายาทที่จะสืบทอดเจตนารมณ์อิสลามนามมุหัมมะดีย์ (ศ) แล้ว

ซึ่งก็ไม่ต่างกับชาวมักกะฮฺส่วนใหญ่ที่รู้ข่าวนี้

พวกเขาจะใช้คำพูดคล้าย ๆ แฮชแท็กเหมือน ๆ กันอยู่ประโยคหนึ่งว่า

“ดีใจจังที่มุหัมมัด “อับตัร” หมดทายาทสืบอุดมการณ์แล้ว”

(นัสตะญีรุบิลลาฮฺ)

คำพูดหรือแฮชแท็กดังกล่าวยิ่งสร้างความปวดร้าวใจให้กับ

“หะบีบุลลอฮฺ” ผู้เป็นที่รักของอัลลอฮฺหนักข้อทวีคูณ

และแล้วภายหลังจากเมฆฝนฟ้าสีทองก็ผ่องอำไพ

พระองค์ประสงค์จะทดสอบหัวใจของผู้เป็นที่รัก

ด้วยการประทาน “อัลเกาษัรฺ” มาเป็นสิ่งทดแทนที่เหนือกว่า ดีกว่า

ประเสริฐกว่าสิ่งที่พระองค์ทรงริบทรงทดสอบก่อนหน้านั้น

بِسْمِ اللَّـهِ الرَّحْمَـٰنِ الرَّحِيمِ

إِنَّا أَعْطَيْنَاكَ الْكَوْثَرَ ﴿١﴾ فَصَلِّ لِرَبِّكَ وَانْحَرْ ﴿٢﴾ إِنَّ شَانِئَكَ هُوَ الْأَبْتَرُ ﴿٣﴾

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตานิจนิรันดร

แท้จริง เราได้ประทาน “อัลเกาษัรฺ” แก่เจ้า (โอ้ มุหัมมัด)

ดังนั้น จงนมาซ (ชุโกรฺขอบคุณ) พระผู้อภิบาลของเจ้าและจงเชือดสัตว์กุรฺบาน (อะกีเกาะฮฺทำทานแก่คนยากจน)

แท้จริง ศัตรูของเจ้า (ต่างหากที่) “อับตัรฺ”(หมดทายาทสืบสายตระกูล)

“อัลเกาษัรฺ” สูเราะฮฺที่สั้นที่สุดในคัมภีร์อัลกุรฺอาน

สูเราะฮฺที่มีความไพเราะเพราะพริ้งสละสลวยสวยงามที่สุดสูเราะฮฺหนึ่ง

“เกาษัรฺ” «کوثر» ในทางหลักภาษาหมายถึง کثرت “กัษรัต” จำนวนอันมหาศาล

ส่วนในอิศฏิลาห์ความหมายในทางวิชาการหมายถึง

“ความดีอันมากมายมหาศาล” ความดีที่เต็มไปด้วยบะรอกัตความจำเริญ

ซึ่งในที่นี้หมายถึงการมีเจนเนอเรชันอย่างไม่ขาดสาย

นับตั้งแต่วันที่ท่านศาสดาได้รับ “อัลเกาษัรฺ” ฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา)

เรื่อยมาตั้งแต่หะซันวัลหุซัยน์ (อลัยฮิมัสสลาม) ท่านอิมามมะฮฺดีย์ (อัจญะลัลลอฮุฟะเราะญะฮุจชรีฟ)

ตราบถึงยุคสุดท้ายก่อนวันกิยามะฮฺจะมาถึง

ทีนี้ก็มาถึงสิ่งที่อยากจะบอกเล่าเก้าสิบว่า

เราท่านทั้งหลายได้รับบทเรียนอะไรจากสูเราะฮฺ “อัลเกาษัรฺ” ?

บทเรียนที่ว่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรู้ไม่ค่อยจะสัมผัสไม่ค่อยจะอินังขังขอบกัน

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เรามี “สาดาต” (พหุพจน์ของ “สัยยิด”)

ที่สืบเชื้อสายตระกูลมาจากท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา)

กับท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี อิบนุอบีฏอลิบ (อลัยฮิสสลาม)

ซึ่งในความเป็นจริงก็คือเชื้อสายของท่านเราะสูลุลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะอาลิฮฺ) นั่นเอง

ณ ปัจจุบันทั้งในอิรัก อิหร่าน หิญาซ (ซาอุดิอารเบีย) ลิเบีย

เลบานอน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย บังคลาเทศ พม่า อัฟริกา

และภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย กัมพูชา เวียตนาม ฯลฯ) จำนวนมหาศาล

เฉพาะในสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน มี “สาดาต” มากกว่า 6 ล้าน 5 แสนคน

(ประชากรอิหร่าน ณ ปัจจุบันมีประมาณ 70 ล้านคน)

อันนี้เฉพาะที่สืบเชื้อสายฝ่ายพ่ออย่างเดียวนะครับพี่น้อง

ส่วนที่สืบเชื้อสายฝ่ายแม่ซึ่งมีศัพท์เฉพาะเรียกว่า “มีรฺซา” อีกหลายล้านคน

และสุภาพสตรีในอิหร่านจะมีชื่อเสียงเรียงนาม

“ฟาฏิมะฮฺ” “ซะฮฺรอ” “มัรฺฎียะฮฺ” “ศิดดีเกาะฮฺ” “ฏอฮิเราะฮฺ”

“รอฎิยะฮฺ” “มุหัดดะษะฮฺ” “ฟาฏิมะฮฺ ซะฮฺรอ” “มะอฺศูมะฮฺ” “บะตูล”

“ซะฮฺเราะฮฺ” “อินสียะฮฺ” “ฏ็อยยิบะฮฺ” “ร็อยหานะฮฺ” “มะฮฺดียะฮฺ” “สะอีดะฮฺ” “ฟะรีดะฮฺ” …. ฯลฯ มีมากกว่า 12 ล้านคน

เหล่านี้ล้วนเป็นสมญานามหรือฉายานามหรือนิกเนมของ

“อัลเกาษัรฺ” ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา)

และนี่คือ “อัลเกาษัรฺ” ความดีอันมากมายมหาศาล

ที่อัลลอฮฺทรงประทานให้กับท่านนบี (ศ) ผู้เป็นสุดที่รักของพระองค์

20 ญะมาดุษษานีย์ วิลาดะฮฺวันประสูติของ “อัลเกาษัรฺ” ฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา)

ที่สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยท่านอิมามรูหุลลอฮฺ อัลมูซาวีย์ อัลโคมัยนีย์ (กุดดิสสัรฺรุฮุจชรีฟ)

ประกาศให้เป็น “วันสตรีสากล” ขอแสดงความยินดีและส่งความปรารถนาดีมายัง

ท่านนบี (ศ) ท่านอิมามอะลี (อ) ท่านอิมามหะซันวัลหุซัยน์ (อ)

และทายาทผู้บริสุทธิ์ที่สืบเชื้อสายจากท่านอิมามหุซัยน์ (อ)

จนถึงท่านอิมามมะฮฺดีย์ (อัรฺวาหุนาละฮุลฟิดาอ์)

ตลอดจน “วะลียุลอัมริลมุสลิมีน” อายะตุลลอฮฺสัยยิดอะลี คอเมเนอีย์

และพี่น้องมุสลิมผู้ศรัทธาโดยทั่วหน้ากัน

ขอพระองค์ทรงประทานความดีงามเนื่องในวันอีดมีลาด

ของประมุขสตรีแห่งสรวงสวรรค์ให้กับเราท่านทุกคนด้วยเทอญ

ด้วยสิทธิด้วยบารมีของ “อัลเกาษัรฺ”

อามีน ยา ร็อบบัลอาละมีน

Risalah Qomi