ธาราวจนะจากอิมามอาลี(อ) ตอน “ความคิดที่จะห่างไกลจากบาป”

163

ธาราวจนะจากอิมามอาลี(อ)   ตอน “ความคิดที่จะห่างไกลจากบาป”

لو لم يتوعد الله على معصيته لكان يجب ان لا يعصى شكرا لنعمه

ความหมาย มาตรว่าอัลลอฮฺไม่ทรงลงโทษมนุษย์เนื่องจากการฝ่าฝืน ยังคงวาญิบสำหรับมนุษย์ที่ต้องไม่ทำบาปและขอบคุณในความโปรดปรานของพระองค์(ประโยคหนึ่งจากคำสุภาษิตที่ ๒๙๐)

คำอธิบาย :  บุคคลที่ทำบาป หรือฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระองค์ เท่ากับว่าเขาเป็นผู้ทรยศ และอกตัญญูต่อความโปรดปรานต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เขา เนื่องจากคนประเภทนี้หากต้องการทำบาปเขาต้องใช้พลังงานทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวเขาทุมเทเพื่อบาปนั้น ขณะที่อัลลอฮฺ (ซบ.) มิได้ทรงประทานพลังแก่เขาเพื่อทำบาปหรือฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระองค์

น้อง ๆ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ลองคิดถึงคน ๆ หนึ่งที่ต้องการทำความบาปสมมุติว่าเขาขโมยของคนอื่นมา อวัยวะทุกส่วนบนร่างกายของเขาต้องช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ และพลังที่มีทั้งหมดได้ทุ่มเทไปเพื่องานนั้น เพื่อว่าเขาจะได้ประสบความสำเร็จในการขโมย เขาต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ต้องหายใจเอาอากาศใหม่เข้าไปเพื่อการมีชีิวิตอยู่รอด หัวใจต้องเต้นเป็นจังหวะแม้ว่าในตอนนั้นมันจะืตื่นเต้นที่สุดก็ตามเพื่อลำเลียงเลือดไปล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายเพื่อการดำรงอยู่สายตาของเขาต้องสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างดีเพื่อการมองเห็นช่องทางที่จะหลบหนี เท้าทั้งสองต้องมีกำลังในการเดินหรือวิ่งเพื่อจะได้หลบหนีไ้ด้ทันท่วงที หูต้องดีพอต่อการฟังเสียงต่าง ๆ ทั้งเสียงดังและเสียงที่แผ่วเบาเพื่อจะได้สามารถจำแนกเสียงที่ได้ยินว่าอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลเมื่อมีอันตรายจะได้หนีทัน มือทั้งสองต้องสามารถใช้งานได้อย่างดีเพื่อเปิดปิดประตูหรืองัดแหงะสิ่งของมีค่าและหยิบฉวยเอาออกไป สมองต้องเฉียบไวเพื่อสั่งงานอวัยวะส่วนต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามได้อย่างเฉียบพลันและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องแคล่วไม่ผิดพลาด และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งอวัยวะทุกส่วนบนร่างกายต้องทำงานอย่างมีสัมพันธ์กันที่สุด แต่ถ้าอวัยวะหนึ่งใดอวัยวะหนึ่ง หมายถึงความโปรดปรานที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงประทานแก่เขาไม่มีความสัมพันธ์กันบุคคลนั้นก็ไม่สามารถกระทำความผิดได้

ดังนั้น ผู้กระทำความผิดทุกคน ถ้าหากต้องการทำบาปหรือฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระองค์ เขาต้องใช้ความโปรดปรานต่าง ๆ ที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงประทานแก่เขาเพื่อการกระทำความดีงาม กระทำบาปเหล่านั้น ฉะนั้น คนทำบาปถ้าไม่เรียกว่าทรยศหรืออกตัญญูต่อพระผู้เป็นเจ้าแล้วไม่สามารถเรียกอย่างอื่นได้

แน่นอน พระผู้เป็นเจ้าทรงเตือนสติมนุษย์เสมอ และทรงสำทับถึงการทำบาปและฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระองค์ว่า จะต้องได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง แต่ถ้าพระองค์ไม่ทรงเตือนมนุษย์ก่อนแน่นอนถ้าเขาได้ทำบาปกรรมพระองค์จะไม่ทรงลงโทษเขา แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์ไม่มีสิทธิ์นำเอาความโปรดปรานของพระองค์ที่ทรงประทานให้แก่เขา ไปกระทำความผิดบาปหรือฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระองค์ หมายถึง สายตาที่มองเห็น หูที่ได้ยิน จมูกที่ใช้สูดดมและหายใจ พลังที่ใช้ในการเคลื่อนไหว แรงเต้นของหัวใจและอื่น ๆ อีกมากมายในการกระทำบาป เขาต้องใช้ความโปรดปรานเหล่านั้นเพื่อขอบคุณพระองค์