ลัทธิวะฮาบีกับการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมชีอะฮฺ” ในแอฟริกา

หนึ่งในผลกระทบของเงินดอลลาร์น้ำมัน (petrodollar )จากซาอุดิอาระเบียไปยังทวีปแอฟริกา เพื่อสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงคือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมชีอะฮฺและปราบปรามผู้เรียกร้องเสรีภาพ

527

ซาอุดีอาระเบียยังได้มอบสถานะผู้ลี้ภัยแก่ “โมฮัมเหม็ด ยุเซฟ”  ผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้ก่อการร้าย “Boko Haram” ที่หนีออกจากไนจีเรีย   

หนึ่งในผลกระทบของเงินดอลลาร์น้ำมัน (petrodollar )จากซาอุดิอาระเบียไปยังทวีปแอฟริกา เพื่อสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงคือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมชีอะฮฺและปราบปรามผู้เรียกร้องเสรีภาพ

เมื่อวะฮาบีล้มเหลวในการแพร่กระจายความคิดที่รุนแรงของพวกเขาในแอฟริกา  พวกเขาจึงใช้หลายวิธีที่จะเผชิญหน้ากับปัญหานี้และเพื่อขยายการเผยแพร่อุดมการณ์อันจอมปลอม

หนึ่งในวิธีการที่สำคัญที่สุดคือการรับเยาวชนชาวแอฟริกันเข้ามหาวิทยาลัยซาอุดิอาระเบีย การก่อสร้างโรงเรียนในประเทศในแอฟริกาและประการที่สามคือการสร้างประชากรที่เรียกว่าประชากรของอิสลาม ซึ่งในความเป็นจริงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอุดมการณ์และแนวคิดวะฮาบีเพิ่มมากขึ้น

ความพยายามของซาอุดิอาระเบียเพื่อส่งเสริมลัทธิวะฮาบีในแอฟริกานั้น  แม้แต่สื่อตะวันตกบางสื่อได้สะท้อนและแสดงปฏิกิริยาออกมาให้เห็น  ;ในการนี้  วารสาร Globalist  ของสหรัฐอเมริกา (ฉบับปี 2017) ได้เขียนไว้ในรายงานว่า สหรัฐฯไม่ควรนิ่งเฉยกับการโฆษณาชวนเชื่อของซาอุดีอาระเบียเพื่อเผยแพร่ความคิดหัวรุนแรงและความคลั่งไคล้ในทวีปแอฟริกา

รายงานเขียนเสริมว่า  ซาอุดีอาระเบียไม่มีความยางอายใดๆได้เปิดตัวแคมเปญการทูตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาและจัดสรรเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อเผยแพร่การตีศาสนาอิสลามแบบสุดโต่งซึ่งได้นำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มหัวรุนแรงทั่วโลก

Globalist เขียนเสริมว่า  ในปี 2004  ซาอุดีอาระเบียยังได้มอบสถานะผู้ลี้ภัยแก่ “โมฮัมเหม็ด ยุเซฟ”  ผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้ก่อการร้าย “Boko Haram” ที่หนีออกจากไนจีเรีย  และบรรดานักเคลื่อนไหวเชื่อว่ามีการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างเงินช่วยเหลือของซาอุดิอาระเบียที่ไหลเวียนในประเทศไนจีเรียและเกิดการตะอับศูบ(ความอคติแบบมืดบอด)มากขึ้นพร้อมกับความพยายามที่จะทำลายพี่น้องชีอะฮฺในไนจีเรีย

อีกหนึ่งผลกระทบที่ตามมาจากการสนับสนุนทางการเงินและอื่นของซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มต่างๆที่กล่าวถึงในแอฟริกา คือกระแสความรุนแรงและการโจมตีชาวชีอะฮฺในแอฟริกาเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเดือนที่แล้ว (มิถุนายน) สาวกวะฮาบีจำนวนหนึ่งได้บุกโจมตีมัสยิดชีอะฮฺ  “อิหม่ามฮุสเซน” ในแอฟริกาใต้  พลเรือนเสียชีวิตหนึ่งคนและบาดเจ็บอีกหลายราย

จากนั้นสาวกวะฮาบีได้ทำการเผาห้องสมุดของมัสยิดที่มีอัลกุรอานและหนังสือทางศาสนาอื่น ๆ รวมทั้งหนังสือของซุนนีอีกด้วย

สาวกวะฮาบีผู้รุกรานยังซุกระเบิดใต้แท่นเทศนาธรรม(มิมบัร)ของมัสยิด แต่สามารถกู้มาได้สำเร็จ  ทางตำรวจแอฟริกามีความมุ่งมั่นที่จะจับตัวผู้ก่อเหตุและลงโทษผู้กระก่ออาญากรรมครั้งนี้

ที่มา

https://www.farsnews.com/