5 บทเรียนอันล้ำค่าจากการ”ครองรัก”ระหว่างท่านอิมามอะลีและท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ)

บทความชิ้นนี้ นำเสนอ เนื่องในวาระคล้ายวันครบรอบวันอภิเษกสมรสระหว่าง ท่านอิมามอะลีกับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ) ในวันที่ ๑ ซุลฮิจญะฮฺ

850

บทความชิ้นนี้ นำเสนอ เนื่องในวาระคล้ายวันครบรอบวันอภิเษกสมรสระหว่าง ท่านอิมามอะลีกับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ) ในวันที่ ๑ ซุลฮิจญะฮฺ

เมื่อศึกษาชีวประวัติท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) เพียงคร่าว ๆ เราจะพบว่าชีวิตการครองคู่ของเธอมีความสมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณและเต็มไปด้วย รัศมีและบทเรียนสำหรับศรัทธาชนและมวลผู้ยำเกรง

ดังจะขอหยิบยกมานำเสนอพอสังเขปดังต่อไปนี้

  1. ความรัก – ความเข้าใจ ระหว่างคู่ครองสองฝ่าย

ตราบเท่าที่ทั้งสอง ฝ่ายไม่สามารถสร้างความรัก – ความผูกพัน – ความเข้าใจที่ดีต่อกันได้ ตราบเท่าที่คู่ครองสองฝ่ายไม่สามารถปรับความเข้าใจเพื่อแสวงความพึงพอพระทัย จากพระผู้เป็นเจ้าได้ ผลลัพท์บั้นปลายในชีวิตคู่สามี – ภรรยา ไม่มีวันจะประสบกับความมั่นคงถาวร และจะต้องประสบกับความย่อยยับอัปปางในที่สุด

ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) ธิดาสุดที่รักของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ) กล่าวถึงการเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับท่านอิมามอะลี (อลัยฮิสลาม) ว่า

“ฉันยินดีในสิ่งที่อัลลอฮฺ และเราะสูลของพระองค์พึงพอพระทัย” 1

ประโยค ข้างต้นตอกย้ำให้ประจักษ์ว่าความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตคู่ที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับการสร้างความพึงพอพระทัยให้กับอัลลอฮฺ และปฏิบัติไปตามคำสอนของท่านนบีอย่างเคร่งครัดนั่นเอง

  1. การตกลงปลงใจในระหว่างสองครอบครัว

ยิ่ง ญาติผู้ใหญ่ในระหว่างคู่บ่าวสาวมีความรักความพึงพอใจที่จะให้คู่บ่าวสาวได้ ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากเท่าไร ยิ่งจะส่งผลให้ความรักความผูกพันระหว่างคู่ครองสองฝ่ายมีความมั่นคงปลอดภัย ยิ่งขึ้นเท่านั้น

พิธีวิวาห์ของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) กับท่านอิมามอะลี (อลัยฮิสลาม) ก็อยู่ในกฎกติกาดังกล่าวอย่างชัดเจนที่สุด เมื่อท่านนบี (ศ) มีความสุขใจที่ได้เห็นคนทั้งคู่ที่อยู่ภายใต้การฟูมฟักเลี้ยงดูจากตักอัน อบอุ่นของท่านได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

  1. สลัดค่านิยมจอมปลอมและพิธีวิวาห์ที่ไร้สาระและเต็มไปด้วยโมฆะกรรม

มูลเหตุสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความมั่นคงปลอดภัยอีกประการหนึ่งคือ การสลัดตัดทิ้งค่านิยมทางสังคมจอมปลอม วัฒนธรรมที่แอบแฝงเข้ามาในประชาคมมุสลิม เช่น การเรียกร้องมะฮัรฺ – สินสอดทองหมั้นแบบบ้าคลั่ง การตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องมีเรือนหอ – เฟอร์นิเจอร์ – เครื่องประดับ ตามแบบอย่างญาฮิลียะฮฺ (พวกอนารยชน) จะต้องจัดพิธีวิวาห์อย่างเริดหรูหรา – ฟุ้งเฟื้อ – ฟุ่มเฟือย เลียนแบบฉบับศักดินา ฯลฯ สถิติชีวิตคู่ที่ไม่จีรังยั่งยืน สถิติการหย่าร้างชนิดหม้อข้าวไม่ทันจะดำ (ตามสำนวนคนโบราณ) ส่วนหนึ่งเกิดจากการยึดติดกับสิ่งไร้สาระและความโมฆะจอมปลอมโดยไม่ใส่ใจใน เป้าหมาย – สารัตถะ – ปรัชญาของการแต่งงานที่แท้จริงนั่นเอง

สินสอด ทองหมั้นหรือมะฮัรฺที่ท่านอิมามอะลี (อลัยฮิสลาม) มอบแก่ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) เจ้าสาวของท่าน คือโล่ที่ใช้ทำสงครามเพื่อพิทักษ์อิสลามและท่านนบีของอัลลอฮฺ ทั้งนี้ ท่านนบี (ศ) ได้แนะนำให้อะลี (อ) นำโล่นั้นไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับครอบ ครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ด้วยเหตุนี้ เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (ส) ได้รับจากท่านอิมามอะลี (อ) จากการขายโล่ที่ใช้ในสมรภูมิรบมีทั้งหมด 17 อย่างคือ

  1. หิญาบ 2. ชุดคลุม 3. เสื้อ 4. เสื่อ 5. ผ้าม่าน 6. ผ้าห่ม 7. หมอน 8 – 11. จอกน้ำ – เหยือกน้ำ – ถ้วยจาน – ภาชนะในห้องน้ำ ที่ทำจากดินเผา 12. ที่โม่แป้ง 13. ถุงใส่น้ำที่ทำจากหนังสัตว์ 14. กะละมัง 15. ผ้าเช็ดตัว 16. หนังแกะ ……

ในวันวลีมะฮฺ ทั้งคนยากจนขัดสน และคนร่ำคนรวย ต่างได้รับเชิญให้เข้าร่วมสำรับอาหารอย่างพร้อมเพรียงกัน

เมื่อ มีคำพูดเสียดสีจากบางคนว่า โอ้ อะลี เกียรติของเจ้านั้นสูงส่ง เจ้าเป็นชายชาติทหาร เป็นนักรบที่ทรนงองอาจที่ไม่มีใครทัดเทียมได้ เจ้าเป็นอรับที่มีศักดิ์ศรี เจ้ามีสิทธิที่จะเลือกสรรเจ้าสาวระดับมหาเศรษฐีเพื่อยกฐานะชีวิตครอบครัวของ เจ้าให้สะดวกสบายขนาดไหนก็ได้ ท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี (อ) ได้ตอบพวกปากอยู่ไม่สุขเหล่านั้นไปว่า “เรามีความพึงพอใจในกฎสภาวการณ์ที่อัลลอฮฺทรงพึงพอพระทัย เราจะไม่แสวงหาสิ่งใดนอกจากที่พระองค์ทรงพึงพระทัยเท่านั้น เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติคุณธรรมความดีมากกว่าที่จะไปหมกมุ่นในทรัพย์ศฤงคาร” 2

และ เมื่อมีคำพูดกระทบกระเทียบเสียดสีท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซซะฮฺรอ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) ว่าเหตุใดเธอจึงพอใจเลือกสามีที่ยากจนข้นแค้นที่ไม่มีทรัพย์สมบัติใด ๆ ติดตัวเฉกเช่นอะลีเล่า ? เธอได้ตอบไปว่า “ฉันมีความพึงพอใจในคุณสมบัติของอะลียิ่งไปกว่าสิ่งของนอกกาย” 3

  1. การแต่งงานที่เป็นไปเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น

พิธี วิวาห์ที่เป็นไปเพื่อพระองค์ งานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยบะเราะกะฮฺและความจำเริญ เพราะคนยากไร้ทั่วนครมะดีนะฮฺต่างได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมสำรับอาหาร อย่างทั่วหน้ากัน , ในระหว่างทางที่จะไปยังบ้านเจ้าบ่าว เจ้าสาวได้ฮะดียะฮฺ – บริจาคชุดเจ้าสาวของตนให้แก่คนยากไร้ , และเมื่อถึงเวลาส่งตัวเจ้าสาวเข้าสู่บ้านเจ้าบ่าว ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (สลามุลลอฮฺอลัยฮา) ได้เปล่งเสียงเรียกพระองค์ดังกึกก้องตรงหน้าบ้านของท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี (อลัยฮิสลาม) ว่า “อัลลอฮุอักบัรฺ” 4

โลกทัศน์ และมุมมองของชีวิตคู่ของคนทั้งสองคือการยึดมั่นในความซื่อสัตย์และคุณค่า แห่งอิสลามอย่างเคร่งครัด ซึ่งมาตรว่าคู่ครองหรือครอบครัวมุสลิมใดได้ยึดมั่นในแบบอย่างดังกล่าว ความสุขสถาพรทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺจะต้องประสบกับพวกเขาอย่างไม่ต้อง สงสัย

  1. ยกย่องให้เกียรติคู่ครอง

บรรทัดฐานที่จะสร้างครอบ ครัวให้เป็นปึกแผ่นอีกประการหนึ่ง คือการที่สามี – ภรรยาจะต้องมีโลกทัศน์และมุมมองต่อคู่ครองของตนในเชิงสร้างสรรจรรโลงซึ่งกัน และกัน ยิ่งโลกทัศน์ในทางสร้างสรรค์จรรโลงใจมีมากเท่าไร บรรยากาศอันแจ่มใสและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตครอบครัวจะยิ่งเพิ่มทวีคูณมาก ขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน ยิ่งต่างคนต่างมีความระแวงสงสัย ยิ่งไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันมากเท่าไร ชีวิตคู่ที่อยู่แบบหวานอม – ขมกลืน – รอยร้าวราน – สัญญาณอันตรายย่อมมาเยือนในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ธิดา สุดที่รักของท่านนบี (ศ) ได้ยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อสามีไว้ประโยคหนึ่งดังนี้ว่า “ไม่มีใครจะปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ดีเท่ากับสามีของเรา” ประจักษ์พยานยืนยันถึงประโยคดังกล่าวก็คือ เมื่อท่านนบี (ศ) ได้ถามอะลี (อ) นับตั้งแต่วันเริ่มแรกแห่งการใช้ชีวิตคู่ว่า “เจ้าพบสิ่งใดในคู่ครองของเจ้า ?” ท่านอิมามอะลี (อ) ได้กล่าวตอบท่านนบี (ศ) ไปว่า “เธอช่างเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการอิฏออะฮฺ (เชื่อฟังปฏิบัติตาม) อัลลอฮฺที่ดีเยี่ยมอะไรเช่นนั้น”

และเมื่อท่าน นบี (ศ) ได้หันไปถามท่านบุตรีของท่านบ้างว่า “แล้วลูกล่ะได้พบสิ่งใดในสามีของลูกบ้าง ?” ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (ส) ได้ตอบบิดาของเธอว่า “อะลีคือสามีที่ประเสริฐที่สุด”

การมีวิสัยทัศน์ในเชิงสร้างสรรค์ และการรักษาบรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวให้ดำรงอยู่ยาวนาน ย่อมจะทำให้ชีวิตคู่มีแต่ความหฤหรรษาถึงแม้ว่าจะต้องประสบกับบททดสอบที่หนัก หน่วงรุนแรงปานใดก็ตาม ดังเช่นที่เราท่านทั้งหลายได้รับรู้สัมผัสจากครอบครัวตัวอย่างของมะอฺศูม ทั้งสองท่านนั่นเอง

เชิงอรรถ

  1. ดัชตีย์ 1375 หน้า 29
  2. บะหฺรอนีย์ บีตอ เล่ม 11 หน้า 363
  3. บิหารุลอันวารฺ , มัจญ์ลิสีย์ ,1404 เล่ม 43 หน้า 97
  4. มะซอฮิรีย์ , 1372 หน้า 66 – 67