อะห์ลุลบัยตกับการตัฟซีร์อัลกุรอาน (คุณสมบัติสำคัญ 4 ประการของอัลกุรอาน )

วัตถุประสงค์ของคำว่า ฮิดายะฮฺของอัลกุรอาน หมายถึง การชี้นำไปสู่จุดหมายปลายทาง

329

(คุณสมบัติสำคัญ 4 ประการของอัลกุรอาน )

يَا أيُّهَا النَّاسُ قَدْ جَاءَتْكُم مَوْعِظَةٌ مِن رَبِّكُمْ وَشِفَاءٌ لِمَا فِي الصُّدُورِ وَهُدىً وَرَحْمَةٌ لِلْمُؤْمِنِينَ

ความว่า โอ้ มนุษย์เอ๋ย แท้จริงข้อตักเตือนจากพระผู้อภิบาลของสูเจ้าได้มายังสูเจ้าแล้ว เป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก เป็นการทางนำ และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา   โองการที่ 57 บทยุนุส

คำอธิบาย :

อัลกุรอานคือความเมตตายิ่งใหญ่ของพระเจ้า

  1. คำว่า เมาอิเซาะฮฺ ตามรากศัพท์เดิมหมายถึง การตักเตือนสิ่งที่ดีโดยมีความเมตตาเป็นองค์ประกอบสำคัญ หรือมีการห้ามปรามและการขู่ร่วมอยู่ด้วย แต่อย่างไรก็ตามทุกคำตักเตือนสั่งสอน ซึ่งมีผลต่อผู้ถูกอบรมสั่งสอน ทำให้เขาหลีกเลี่ยงและละเว้นสิ่งไม่ดีไม่งามทั้งหลาย โดยมุ่งมั่นจิตใจไปที่ความดีและการเปลี่ยนแปลง อย่างนี้รวมเรียกว่า การตักเตือน
  2. วัตถุประสงค์ของคำว่า ฮิดายะฮฺของอัลกุรอาน หมายถึง การชี้นำไปสู่จุดหมายปลายทาง กล่าวคือ ความก้าวหน้าและความสมบูรณ์ของมนุษย์ในแง่บวกทั้งหมด
  3. วัตถุประสงค์ของประโยคที่ว่า “เป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา” หมายถึงความโปรดปรานทั้งที่เป็นวัตถุปัจจัยและศีลธรรม ซึ่งครอบคลุมสภาพของมนุษย์ที่ดีทั้งหลาย แน่นอนว่า การชี้นำและความเมตตาของอัลกุรอานนั้นมีระดับชั้น ซึ่งระดับชั้นธรรมดาเป็นของคนทั่วๆ ไป ส่วนระดับชั้นที่สูงขึ้นไปเป็นของปวงมนุษย์ที่ดีทั้งหลายหรือผู้ศรัทธาแท้จริงนั่นเอง

4.คำว่า ชิฟาอ์ ในโองการหมายถึง การเยี่ยวยารักษาอาการเจ็บป่วยและการปนเปื้อนความสกปรกโสมมทางด้านจิตใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์ เช่น ความอคติ ความโกรธเกลียด ความอิจฉาริษยา ความกลัว การตั้งภาคีเทียบเคียง และการฝ่าฝืนทั้งหลาย ซึ่งการอ่านและการปฏิบัติตามคำสอนของอัลกุรอาน จะช่วยบำบัดอาการป่วยไข้ทางใจเหล่านี้ให้หมดไป และจะทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์มีความสะอาดหมดจรด

  1. โองการดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนการอบรมที่สมบูรณ์ 4 ระดับแก่มนุษย์ ซึ่งอรรถาธิบายโดยอัลกุรอาน ประกอบด้วย ..1- การตักเตือน ในระดับนี้อัลกุรอานได้ชี้แนะแก่บุคคลทุกคนให้กระทำ
  2. การขัดเกลาจิตวิญญาณจากความสกปรกโสมมด้านศีลธรรม ในขั้นตอนนี้อัลกุรอานจะชำระขัดเกลาความสกปรกแห่งจิตวิญญาณ และคุณลักษณะอันชั่วร้ายให้หมดไปจากจิตใจของมนุษย์
  3. การชี้นำทาง ในขั้นตอนนี้อัลกุรอานอัลกุรอานจะสอดใส่รัศมีแห่งทางนำของตนในจิตใจมนุษย์

4.การมอบเครื่องยังชีพของพระเจ้าแก่มวลผู้ศรัทธา ในระดับนี้ปวงมนุษย์ที่ดีงามจะได้รับเครื่องยังชีพและความเมตตาแห่งสัจธรรมของพระองค์

  1. คำว่า (กัลบ์) หมายถึงหัวใจที่อยู่ในทรวงอก บางครั้งหมายถึง สติปัญญาและจิตวิญญาณ ของมนุษย์ บางครั้งหมายถึงศูนย์ของจิตวิญญาณที่รับรู้ความรู้สึกต่างๆ ของมนุษย์ ดังเช่นเมื่อเวลาคิดจะเห็นว่าจิตวิญญาณนั้นมีบทบาทต่อมันสมองของเขาอย่างยิ่ง เมื่อเขามีความรู้สึกรัก ชอบ ตัดสินใจ ต้องการ โกรธ อคติ อิจฉา อภัย และอื่นๆ หัวใจของเขาก็จะมีปฏิกิริยาแปลกแสดงออกมา ซึ่งบางครั้งก็จะเต้นแรงผิดปกติ แต่บางครั้งก็เต้นเบามากเหมือนจะขาดใจให้ได้ แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกว่าหัวใจของเราต้องการที่จะระเบิดออกทันที ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเพราะว่า มีความใกล้ชิดระหว่างหัวใจกับปัญหาต่างๆ เหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ อัลกุรอาน จึงได้นำเอาความศรัทธาสัมพันธ์ไปยังจิตใจ อัลกุรอานกล่าวว่า “เพราะความศรัทธายังมิได้เข้าสู่หัวใจของพวกเจ้า”
  2. ท่านอิมาม อะลี (อ.) กล่าวว่า จงขอการเยียวยารักษาจิตใจของเจ้าจากอัลกุรอานเถิด และขอความช่วยเหลือจากอัลกุรอานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เนื่องจากอัลกุรอานคือ โอสถบำบัดรักษาโรคร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันได้แก่การปฏิเสธ การฝ่าฝืน การหลงผิด และการหลงทางทั้งหลาย

8.อัลกุรอาน สามารถบำบัดรักษาอาการป่วยไข้ของประชาชนได้ กล่าวคือ

ประการแรก ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น อัลกุรอานคือสาเหตุของการขจัดภัยพิบัติต่างๆ ความแตกแยก และการตั้งภาคีเทียบเคียงให้หมดไป ด้วยการวางกฎเกณฑ์ของพระเจ้า และสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมในหมู่ประชาชาติให้ดีขึ้นมา อีกทั้งให้หลักประกันแก่พวกเขาในการยืนหยัดต่อสู้กับศัตรู ช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจากความสกปรกโสมมและความอนาจารทั้งหลายให้หมดไป

ประการที่สอง ปัญหาปัจเจกบุคคลถ้าหากบุคคลหนึ่งมีความมักคุ้นกับอัลกุรอาน อ่านอัลกุรอานและเชื่อฟังปฏิบัติตาม แน่นอนสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาคือ

– กริยามารยาทที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลายของมนุษย์จะถูกชำระล้างให้สะอาด

– อาการป่วยไข้ทางใจและทางจิตวิญญาณของมนุษย์ เช่น ความอิจฉาริษยา ความอคติ และการฝ่าฝืนก็จะถูกขจัดให้หมดไปจากเขา

– จิตวิญญาณของเขาจะเงียบสงบลงมีความอ่อนโยน และสุขภาพจิตของเขาก็จะสมบูรณ์และดีขึ้น

  1. แก่นแท้ของอัลกุรอานคืออะไร

ท่านอิมามกล่าวว่า อัลกุรอานคือทุกสิ่ง อัลกุรอานไม่ใช่คำพูด อัลกุรอานไม่ใช่สิ่งที่เพียงแต่ได้ยินหรือมองเห็น ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่อักขระอักษร อัลกุรอานสูงส่งและยิ่งใหญ่กว่าสิ่งเหล่านี้มากยิ่งนัก ซึ่งพระองค์ประทานลงมาแก่เราทั้งหลายที่เป็นทั้งหูหนวกและตาบอด

มนุษย์คนหนึ่งที่ตาบอดเราจะอธิบายให้เขารับรู้และเข้าใจถึงแสงสว่างได้อย่างไร จะอธิบายด้วยภาษาอะไร หรือด้วยคำพูดประเภทใด ซึ่งนอกจะอธิบายกับเขาว่า นูร คือแสงที่ให้ความสว่าง และช่วยขจัดความมืดมิดให้หมดไป

บทเรียนจากโองการ :

1.อัลกุรอานคือ สิ่งที่มาเติมเต็มสุขภาพจิตให้มีความสมบูรณ์

2.ขั้นตอนอันสูงส่งแห่งการชี้นำ และความเมตตาของอัลกุรอานนั้น สำหรับปวงมนุษย์ที่ดีทั้งหลายที่ยอมรับสัจธรรมความจริง

  1. จงค้นหาสุขภาพจิตสมบูรณ์ ความตักเตือน ความเมตตา และการชี้นำจากอัลกุรอาน

สุขภาพจิตและกุรอาน

ก. ปัจจัยความดันของจิตใจ (ความเครียด) :

  1. การสูญเสียความสมดุลของร่างกาย (ความกังวลของผู้ป่วยและ …);
  2. บทบาทขององค์กร (กังวลอย่างเป็นทางการ);
  3. วิกฤติในครอบครัว (ปัญหาการหย่าร้าง,การสูญเสียญาติไป)
  4. สภาพแวดล้อม (มลพิษทางเสียง, อากาศ, การอพยพ)
  5. การเมือง (สงครามจิตวิทยา ข่าวลือที่แพร่สะบัด การครอบงำ ความสัมพันธ์และการมีอำนาจเหนือ
  6. บุคลิกภาพ (การมองในแง่ร้าย การหยุแย่ ความอคติ และ …);
  7. ความรู้สึกในแง่ของการสูญเสียคุณธรรม (ความผิด, ความริษยา การใส่ร้าย และ …);

8 ความรู้สึกสูญเสียในแง่ของความว่างเปล่าทางจิตวิญญาณ (ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ความเหงาโดดเดี่ยว, การไร้ที่พึ่งพิง ขาดการสนับสนุน และความบิดเบือนต่างๆ );

  1. ความเชื่อและความเลื่อมใสศรัทธา (ความกดดันในหน้าที่การงาน การกลัวความตาย …).

ข) อัลกุรอานคือการบำบัด

  1. เราได้ให้ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอานลงมาซึ่งเป็นการบำบัดและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา (อิสรอ, 82)
  2. ในความเป็นจริง ได้มีคำแนะนำและการรักษาจากพระเจ้ามาสู่หัวใจของพวกท่าน
  3. อัลกุรอาน เป็นแนวทางที่เที่ยงธรรมและเป็นการบำบัดแก่บรรดาผู้มีศรัทธา (ฟุซซิลัต, 44)

ท่านอิมาม อะลี (อ.) กล่าวว่า จงขอการเยียวยารักษาจิตใจของเจ้าจากอัลกุรอานเถิด และขอความช่วยเหลือจากอัลกุรอานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เนื่องจากอัลกุรอานคือ โอสถบำบัดรักษาโรคร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันได้แก่การปฏิเสธ การฝ่าฝืน การหลงผิด และการหลงทางทั้งหลาย[38]

ค) ลักษณะพิเศษจากผลสะท้อนในการสอนอัลกุรอานที่มีต่อสุขภาพจิตมนุษย์ :

  1. การเชิญชวนไปสู่ธรรมชาติดั้งเดิมคือ ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสบายทางด้านจิตใจ (โรม, 30)
  2. ความศรัทธาคือ มูลเหตุที่นำไปสู่ความสงบทางด้านจิตใจ (อันอาม, 82)
  3. ความเชื่อมั่นและการมอบหมายในพระเจ้าเป็นสาเหตุทำให้จิตใจมีความสงบมั่น (ฆอฟิร, 44)
  4. หลักการคือการกำหนดกฎสภาวะ มิใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่การสุ่ม (เตาบะฮฺ, 52);
  5. การมองความตายในเชิงบวกและถือว่านั่นเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองโลก (ฟัจญฺริ, 27)
  6. หน้าที่ความรับผิดชอบของมนุษย์ถือเป็นหน้าที่ไม่ใช่ผล (บะเกาะเราะฮฺ, 233;
  7. การให้ความรักต่อเครือญาติและการสนับสนุนทางสังคม (อัสรอ, 34;บะเกาะเราะฮฺ, 83)
  8. การเชิญชวนไปสู่การยืนหยัดต่อปัญหาความทุกข์ทรมานและความเศร้าโศก (บะเกาะเราะฮฺ,155)
  9. ความสามัคคีด้านของบุคลิกภาพของมนุษย์ ผ่านความเชื่อในความเป็นเอกะของพระผู้เป็นเจ้า (บทเตาฮีด)
  10. การลดภาวะซึมเศร้าและเพิ่มความร่าเริงแก่จิตวิญญาณด้วยความหวัง โดยออกห่างจากความสิ้นหวัง (ยูซุฟ, 87);
  11. รำลึกถึงพระเจ้าทำให้จิตใจมีความสงบ อีกช่วยขจัดสาเหตุของความวิตกกังวลและความประหม่า (อัรเราะดุ 1)
  12. การห้ามไม่ให้ฆ่าตัวตายในศาสนา ทำให้ลดจำนวนการฆ่าตัวตาย (นิซา, 29);

13.ฮิญาบคือ ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพจิตของสตรี (นูร 31,และอะฮฺซาบ83)

  1. ความเชื่อในเรื่องการฟื้นคืนชีพ คือปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมสุขภาพจิตให้มีความสมบูรณ์
  2. นมาซคือสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสงบด้านจิตใจ (ฏอฮา, 14)
  3. การกำชับความดีและห้ามปรามความชั่วร้าย กับผลต่อยับยั้งการเจริญเติบโตของปัจจัยมลพิษที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สังคม และผลกระทบที่มีต่อสังคมอื่น ๆ (อาลิอิมรอน, 104,110,114; เตาบะฮฺ, 71, 112, และลูกมาน, 17)
  4. การห้ามมิให้คิดไม่ดี ทำตัวสอดแนม ใส่ร้าย นินทา ซึ่งผลกระทบของสิ่งเหล่านั้นมีต่อความสะอาดของสังคม และการประกันความปลอดภัยของสังคม และการรักษาบุคลิกภาพของบุคคล (ฮุจญฺรอต, 11-12);
  5. การสร้างบรรยากาศความสมบูรณ์ทางเพศในสังคมให้ดำรงความบริสุทธิ์ โดยผ่านขบวนการฮิญาบ และการห้ามมิให้มีการค้าประเวณี (นูร, 30-31, และบทอะฮฺซาบ, 59)

19 การแนะนำให้แต่งงานการและการสร้างครอบครัว มีผลกระทบอย่างมากต่อความสงบส่วนบุคคล และสภาพแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ (โรม, 21.)