41 ปี ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 41 ปีแห่ง “การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน” มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีก่อนๆ รวมทั้งมีการชุมนุมของชาวอิหร่านทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเตหะรานหลายล้านคน ซึ่งตะโกนสาปแช่งและเผาธงชาติ “สหรัฐอเมริกา” ศัตรูคู่แค้น และการโชว์แสนยานุภาพทางทหาร อวดอาวุธใหม่ๆ สุดอลังการ

558

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 41 ปีแห่ง “การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน” มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีก่อนๆ รวมทั้งมีการชุมนุมของชาวอิหร่านทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเตหะรานหลายล้านคน ซึ่งตะโกนสาปแช่งและเผาธงชาติ “สหรัฐอเมริกา” ศัตรูคู่แค้น และการโชว์แสนยานุภาพทางทหาร อวดอาวุธใหม่ๆ สุดอลังการ

การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ซึ่งปกครองแผ่นดิน “เปอร์เซีย” มายาวนานนับ 2,500 ปี ตั้งแต่ยุคกษัตริย์ “ไซรัสมหาราช” ผู้สถาปนาอาณาจักรเปอร์เซียในยุค 500 ปีก่อน ค.ศ. และมาสิ้นสุดในยุค “ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี” กษัตริย์องค์สุดท้ายใน ค.ศ.1979 หรือ พ.ศ.2522

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นโดยการปฏิวัติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากการปฏิวัติในประเทศอื่นๆ โดยไม่ได้มีมูลเหตุดังเช่นที่เคยมีมา เช่น เกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเงิน การก่อกบฏ การยึดอำนาจของกองทัพ การแพ้สงคราม หรือถูกแทรกแซงจากต่างชาติ ฯลฯ และเกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งทางวัตถุ

แต่การปฏิวัติอิสลามเกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชนชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งต้องการนำเอาหลักคำสอนของอิสลามที่มีคัมภีร์อัล-กุรอาน เป็นธรรมนูญสูงสุดมาปกครองประเทศแทนระบอบการปกครองเดิม ซึ่งขณะนั้น ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ก็ถูกมองว่าเป็น “หุ่นเชิด” ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นทุนนิยมตะวันตก

ผู้นำการปฏิวัติอิสลามเป็นเหล่าผู้ทรงความรู้ทางศาสนา นำโดยอิหม่าม “อยาตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี” ผู้นำฝ่ายค้าน โดยการเดินขบวนต่อต้านพระเจ้าชาห์เริ่มขึ้นในเดือน ต.ค.2520 พัฒนาเป็นการณรงค์ดื้อแพ่งทั้งภาคฆราวาสและศาสนา บานปลายเป็นการสไตรก์นัดหยุดงานและประท้วงใหญ่จนประเทศเป็นอัมพาต

ทุกๆปี อิหร่านจัดเฉลิมฉลองการปฏิวัติอิสลามอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 10 วันตามช่วงเวลาสำคัญที่สุด เริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ. 2522 ซึ่งเป็นวันที่โคมัยนีเดินทางกลับประเทศ หลังไปลี้ภัยในต่างแดนกว่า 14 ปี ส่วนใหญ่ไปอยู่ในอิรัก จนถึงวันที่ได้รับชัยชนะเด็ดขาดเมื่อ 11 ก.พ.2522 โดยช่วงเวลา 10 วันนี้ ถูกเรียกว่า “10 วันรุ่งอรุณ” (10 Days of Dawn) หรือ “ดะห์ เฮ ฟัจญร์” ตามภาษาเปอร์เซีย

ในวันกลับประเทศ โคมัยนีได้รับการต้อนรับจากประชาชนล้นหลาม ท่านกล่าวปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่สุสานเบเฮชต์-อี-ซาห์รา ในกรุงเตหะราน ต่อต้านความชอบธรรมของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ชาปูร์ บัคฮ์เตียร์ ซึ่งถูกพระเจ้าชาห์แต่งตั้งขึ้นเพื่อต้านทานไม่ให้ฝ่ายปฏิวัติยึดอำนาจ ก่อนเสด็จออกนอกประเทศเพื่อลี้ภัยเมื่อ 16 ม.ค.2522 ก่อนสวรรคตที่กรุงไคโร อียิปต์ ในปี 2523

ในช่วง 10 วันนั้น โคมัยนีประกาศตั้งสภาพิเศษขึ้นเพื่อเตรียมตั้ง “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” และตั้งนายกรัฐมนตรีรักษาการชื่อนายเมห์ดิ บาซาร์แกน วิศวกรอิสลามชาตินิยมที่เป็นปรปักษ์กับสถาบันกษัตริย์มายาวนาน ส่งผลให้อิหร่านมี 2 รัฐบาลซ้อนกัน ขณะที่การเดินขบวนประท้วงรายวันโดยฝ่ายปฏิวัติฯ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เข้าร่วมหลายล้านคน ตามมาด้วยการสไตรก์นัดหยุดงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันแหล่งรายได้หลักของชาติ

8 ก.พ. ทหารในชุดเครื่องแบบกว่า 1,000 นาย ตบเท้าเข้ากรุงเตหะราน สวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลชั่วคราวของฝ่ายปฏิวัติ 10 ก.พ. ทหารจากกองทัพอากาศที่แปรพักตร์มาเข้าข้างฝ่ายปฏิวัติ และกองกำลังพลเรือนติดอาวุธก็บุกยึดภาคตะวันออกกรุงเตหะรานได้ และ 11 ก.พ. ค่ายทหารใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือกรุงเตหะรานและเขตใจกลางกรุงเตหะรานก็ถูกกองกำลังพลเรือนติดอาวุธและทหารแปรพักตร์ยึดได้

ฝ่ายปฏิวัติประกาศยุบรัฐสภาผ่านสถานีวิทยุแห่งชาติ ส่วนโคมัยนีเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพอย่าขัดขวางการปฏิวัติ ซึ่งกองทัพก็ยอมทำตามโดยขอวางตัวเป็นกลาง ทำให้ฝ่ายปฏิวัติได้รับชัยชนะเด็ดขาด หลังการปะทะกันรุนแรง 2 วัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน บาดเจ็บกว่า 2,000 คน

จากนั้นบาซาร์แกนก็ขึ้นมาเป็นนายกฯ อย่างเป็นทางการ ส่วนโคมัยนีได้รับการสถาปนาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุด และประกาศตั้ง “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” อย่างเป็นทางการใน 1 เม.ย.2522

แต่เมื่อ 4 พ.ย.ปีนั้น เกิดเหตุการณ์สะท้านโลก มีกลุ่มนักศึกษาอิหร่านบุกเข้ายึดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน จับชาวอเมริกัน 52 คนเป็นตัวประกัน เพื่อตอบโต้ที่พระเจ้าชาห์ ถูกรับเข้ารักษาพระวรกายในโรงพยาบาลในสหรัฐฯ ส่งผลให้สหรัฐฯตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านในปี 2523 ก่อนตัวประกันทั้งหมดถูกปล่อยตัวเมื่อ 21 ม.ค.2524 หลังถูกจับถึง 444 วัน

ตั้งแต่นั้น สหรัฐฯกับอิหร่านก็กลายเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาตลอด และในช่วง 40 ปีหลังการปฏิวัติอิสลามอิหร่านมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย

ที่มา….

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1497595