เรื่องเล่าจากปอเนาะอิหร่าน ตอนที่ 1 “อย่าลืมภรรยาไว้ที่บ้าน”

เมื่อคืนนี้คุณไปร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ซึ่งฉันก็ไป เพื่อนคุณพวกนี้ก็ไปกันหลายคน” ครูหันหน้ามองรอบห้อง “และเพื่อนที่ไปนั้น คนที่มีครอบครัวทุกคน เขาก็จะพาภรรยาไปด้วย มีเพียงคุณคนเดียวที่ไม่พาภรรยามาด้วย หนำซ้ำยังอยู่จนดึกดื่นกว่าจะกลับบ้านไป โดยที่คุณได้ทิ้งภรรยาให้อยู่คนเดียวที่บ้านพักนักเรียน ซึ่งอยู่คนละฟากของเมือง

560

เรื่องเล่าจากปอเนาะอิหร่าน   ตอนที่ 1 “อย่าลืมภรรยาไว้ที่บ้าน”

บทความโดย :  ฮุจญตุลอิสลาม วัลมุสลีมีน ซัยยิด สุไลมาน ฮุซัยนี

วันยามีล๊ะ ศรีตุลาการ : เรียบเรียง

หลายสิบปีก่อน ในช่วงที่ผมกำลังศึกษาอยู่ที่อิหร่าน มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับชีวิต และในหลากหลายเรื่องราวเหล่านั้น บางเรื่องราวมีส่วนเปลี่ยนวิถีชีวิต บางเรื่องราวก็เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของตัวผมเอง เหตุด้วยว่าวิชาการอิสลามของอะฮ์ลุลเบตนั้น ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่า “กว้างไกล ยากจะคะเน และลุ่มลึก ยากจะหยั่งถึง” อย่างแท้จริง

ครั้งหนึ่งในกลางฤดูใบไม้ผลิ ช่วงบ่ายคล้อย วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังฟังคำบรรยาย จากครูผู้รู้ ในวิชา อะกออิดและอัคลาค ซึ่งวิชาอะกออิด นั้นเป็นวิชาว่าด้วยภาคศรัทธาเกี่ยวกับรากฐานของศาสนา หรือที่เรียกว่า อูศูลุดดีน ส่วนวิชาอัคลาค เป็นวิชาว่าด้วยการขัดเกลาและพัฒนาจิตวิญญาณ

การผูกเรียนสองวิชานี้ด้วยกัน ทำให้การศึกษาร่ำเรียนวิชาการศาสนา ไม่ใช่เป็นเพียงการท่องจำหลักการกฎเกณฑ์ หรือการประยุกต์ใช้เท่านั้น แต่ยังมีความรู้สำคัญอีกประการหนึ่งที่นักเรียนศาสนาจะต้องหมั่นเพียรและทุ่มเท เพื่อสร้างความเข้าใจและปฏิบัติตนให้เป็นเฉกเช่น “เนื้อหน่วยเดียวกันกับสัจธรรมศาสนา”

“วิชาอัคลาค” จึงมุ่งเน้นเพื่อขัดเกลาจิตวิญญาณ และ เปลี่ยนแปลงกมลสันดาน ให้เป็นมนุษย์ผู้สมบูรณ์ยิ่งๆขึ้น ถือเป็นวิชาการด้านในหรือด้านจิตวิญญาณ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของความเป็นมนุษย์ ที่ด้านหนึ่งมีฝ่ายร่างกายหรือกายภาพ กับอีกด้านหนึ่งมีฝ่ายวิญญาณหรือฝ่ายจิต เป็นสำคัญ

“วิชาอัคลาค” เป็นเสมือนเครื่องมือเข้าใจตัวตน เข้าใจมนุษย์ เพื่อเรียนรู้วิธีการจับกุมบังเหียน ควบคุมอัตตา ให้อยู่ในครรลองครองธรรม อย่างมั่นคง ซึ่งจะดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อยกระดับดารอญะห์ในจิตวิญญาณแห่งตน เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ซึ่งในเรื่องนี้ อิสลามเรียกว่า การควบคุมนัฟซู ซึ่งหมายถึง การกุมบังเหียนของม้าที่พยศ

ความจริงรายละเอียดวิชาการด้านนี้มีมาก แต่คงไม่ใคร่เหมาะที่จะนำเสนอในรูปการณ์เช่นนี้ (Facebook) แต่เพื่อให้เป็น “เรื่องเล่าชวนคิด” แก่ลูกศิษย์มิตรสหาย จึงขอใช้อุทาหรณ์บางเรื่อง เป็นบทเรียนชีวิตถ่ายทอดเล่าสู่กันฟัง ให้เข้าใจได้อย่างสามัญทั่วไปก็แล้วกัน

ตามที่เกริ่นนำตอนต้น วันนั้น ณ ประเทศอิหร่าน ผมและเพื่อนๆ กำลังตั้งใจฟังคำสอนของครูผู้รู้ ในห้องเรียนเล็กๆ ที่มีประตูเข้าออกเพียงทางเดียว กับผนังอีกด้านเป็นหน้าต่างสามสี่บาน เปิดกว้างให้ ลมพอได้โกรกผ่าน เราเรียนกันล่วงเวลาไปราวสิบนาที ก็มีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งมาสาย ยืนรอหน้าประตู กล่าว สลาม เพื่อขออนุญาตเข้าห้องเรียน ทุกคนในชั้นร่วมรับสลาม ครูผู้รู้เองก็รับสลาม “วะอาลัยกุมุสลาม” เพื่อนผมก็ไม่รอช้า เดินเข้าไปจะนั่ง แต่ครูกลับพูดสวนไปว่า “เดี๋ยว..วันนี้เธอยังไม่ต้องเรียนก่อน” เพื่อนจึงสงสัยถามว่า “ ทำไมหรือครับ”

ครูส่ายหัวเบาๆแล้วอธิบายว่า “เมื่อคืนนี้คุณไปร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ซึ่งฉันก็ไป เพื่อนคุณพวกนี้ก็ไปกันหลายคน” ครูหันหน้ามองรอบห้อง “และเพื่อนที่ไปนั้น คนที่มีครอบครัวทุกคน เขาก็จะพาภรรยาไปด้วย มีเพียงคุณคนเดียวที่ไม่พาภรรยามาด้วย หนำซ้ำยังอยู่จนดึกดื่นกว่าจะกลับบ้านไป โดยที่คุณได้ทิ้งภรรยาให้อยู่คนเดียวที่บ้านพักนักเรียน ซึ่งอยู่คนละฟากของเมือง

ฉะนั้น คุณต้องไปเอาจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ฉัน ซึ่งเขียนโดยภรรยาของคุณว่า เหตุการณ์เมื่อคืนนั้น ภรรยาของคุณพึงพอใจแล้วไม่ได้ถือโกรธอะไรต่อคุณแล้ว คุณจึงจะเรียนต่อในชั้นเรียนของฉันได้ แต่หากภรรยายังไม่ให้จดหมาย ที่แสดงว่า นางพอใจในคืนที่ถูกทิ้ง และยังยินดีให้คุณผู้เป็นสามีไปร่วมงานเลี้ยงเพียงคนเดียว คุณก็ยังเรียนห้องนี้ไม่ได้”

ครูผู้รู้ พูดสำทับอีกครั้ง “ คุณเป็นคนต่างชาติ ภรรยาก็เป็นคนต่างชาติ ไม่มีญาติพี่น้องในอิหร่าน การทิ้งนางไว้คนเดียว ดึกๆดื่นๆ ถือว่าไม่ถูกต้องตามอัคลาคอิสลาม จนกว่าจะมีจดหมายยืนยันความพอใจจากภรรยา คุณถึงจะมาเรียนหนังสือกับฉันได้” เพื่อนคนนั้นถึงกับยืนเงียบซึมไปเลย

ครูผู้รู้ ท่านนี้เป็นครูมุรชิด (ครูชี้นำทางจิตวิญญาณ) ของผม เป็นทั้งครูอัคลาคที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมของนักเรียน ซึ่งเรียกว่า “ครูมุรชิด” ท่านจะให้ความสำคัญอย่างเอาจริงเอาจังกับพฤติกรรมของนักเรียน ท่านไม่ได้เข้ามาก้มหน้าก้มตาสอนๆ แล้วก็เดินออกไป แต่ท่านจะคอยสังเกตทุกๆ การกระทำของนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องการแต่งตัว เรื่องชีวิตครอบครัว ชีวิตการเป็นอยู่ เรียกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นสารทุกข์สุขดิบของนักเรียน ท่านจะให้ความสนใจเสมอ

เรื่องเล่าชวนคิดเรื่องนี้ ชี้ให้เห็นว่า  “บางครั้งการเคารพสิทธิของภรรยานั้น อิสลามให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก. ซึ่งเรื่องทำนองนี้ บ้านเราเมืองไทยยังไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร หรือบางครั้งเราจะเห็น ฝ่ายชายมักเรียกหาสิทธิของสามี โดยลืมให้ความสำคัญกับสิทธิของสตรีผู้เป็นภรรยาด้วย”