ชีอะฮ์รับเอาความรู้ศาสนาอิสลามจากใคร ?

ฉันได้ทิ้งสองคอลีฟะฮ์ไว้ในหมู่พวกท่านคือ กิตาบุลลอฮ์ คือเชือกที่ทอดยาวอยู่ระหว่างฟ้ากับแผ่นดิน และอิตเราะตีคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน สองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกันเด็ดขาด จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

609

ตอบ : หากอยากรู้ว่า ชีอะฮ์รับเอาศาสนาอิสลามจากใคร ขอให้คุณจงรู้ว่า  ชีอะฮ์รับเอาศาสนามาจากกิตาบและซุนนะฮ์ที่ซอฮิฮ์ ซึ่งเป็นมติเห็นพ้องต่อความถูกต้องตามทัศนะซุนนี่และชีอะฮ์ เราจะอธิบายให้คุณฟังตามนี้

ชีอะฮ์ยึดมั่นต่อ”ฮะดีษ ษะกอลัยนิ” คือการปฏิบัติตามกิตาบุลลอฮ์และอะฮ์ลุลบัยต์ ซึ่งบันทึกอยู่ในตำราซุนนี่ด้วยสายรายงานที่เชื่อถือได้  แต่เขาได้เฉยเมยต่อฮะดีษบทนี้ เขาได้ทิ้งซุนนะฮ์นบีที่ซอฮิฮ์ตามทัศนะของพวกเขาที่จำเป็นต้องยึดมั่นต่อกิตาบุลลอฮ์และอะฮ์ลุลบัยต์หลังจากนบีมุฮัมมัด(ศ)เสียชีวิต ซึ่งอุละมาอ์ซุนนี่ได้วิจารณ์ว่ามันเป็นฮะดีษซอฮิฮ์ด้วยตัวของพวกเขาเอง

ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ได้กล่าวว่า

إِنِّى تَارِكٌ فِيكُمْ مَا إِنْ تَمَسَّكْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوا بَعْدِى أَحَدُهُمَا أَعْظَمُ مِنَ الآخَرِ كِتَابُ اللَّهِ حَبْلٌ مَمْدُودٌ مِنْ السَّمَاءِ إِلَى الْأَرْضِ وَعِتْرَتِى أَهْلُ بَيْتِى وَ لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ فَانْظُرُوا كَيْفَ تَخْلُفُونِي فِيهِمَا

แท้จริง ฉันทิ้งไว้ให้แก่พวกท่าน ถึงสิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้น  พวกท่านจะไม่หลงทางหลังจากฉันโดยเด็ดขาด สิ่งแรกใหญ่กว่าอีกสิ่งหนึ่งคือ 1.กิตาบุลเลาะฮ์(อัลกุรอาน)คือเชือกที่ทอดจากชั้นฟ้ามายังโลกและ 2.อิตเราะตี คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน และทั้งสองสิ่งจะไม่แยกจากกันเด็ดขาด จนกว่าจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร ดังนั้นจงดูเถิดว่า พวกท่านจะรับเอาสองสิ่งนี้จากฉันไปดูแลรักษาอย่างไร

ซอฮิฮ์ ญามิอุซซอฆีร ผู้แต่งอัสสิยูตี เล่ม 1: 482 ฮะดีษที่ 2458  เชคอัลบานีกล่าวว่า ซอฮิฮ์

ท่านรอซูลุลลอฮฮ์ (ศ)ได้กล่าวว่า

إِنِّى تَارِكٌ فِيكُمْ مَا إِنْ تَمَسَّكْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوا بَعْدِى أَحَدُهُمَا أَعْظَمُ مِنَ الآخَرِ كِتَابُ اللَّهِ حَبْلٌ مَمْدُودٌ مِنَ السَّمَاءِ إِلَى الأَرْضِ وَعِتْرَتِى أَهْلُ بَيْتِى وَلَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَىَّ الْحَوْضَ فَانْظُرُوا كَيْفَ تَخْلُفُونِى فِيهِمَا

แท้จริงฉันได้มอบไว้ให้กับพวกท่าน หากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้นแล้ว  พวกท่านจะไม่หลงทางหลังจากฉันเด็ดขาด  สิ่งแรกใหญ่กว่าอีกสิ่งหนึ่งคือ กิตาบุลเลาะฮ์(อัลกุรอาน)คือ เชือกที่ทอดจากชั้นฟ้ามายังโลก และอิตเราะตีคือ อะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน  และสองสิ่งนี้ จะไม่แยกจากกันเด็ดขาด จนกว่าจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร  ดังนั้นจงดูเถิดว่า พวกท่านจะรับเอาสองสิ่งนี้จากฉันไปดูแลรักษาอย่างไร

สุนันติรมีซี เล่ม 5 หน้า 663  ฮะดีษที่ 3788  ติรมิซีกล่าวว่าฮะดีษฮาซัน เชคอัลบานีกล่าวว่า ซอฮิฮ์

อิบนุฮะญัรอัลฮัยตะมี(ตาย 973)กล่าวว่า

ومن ثم صح أنه قال إني تارك فيكم ما إن تمسكتم به لن تضلوا كتاب الله وعترتي

นอกเหนือจากนี้มีฮะดีษซอฮิฮ์(ที่ท่านนบี)ได้กล่าวว่า ฉันได้มอบไว้ให้กับพวกท่าน หากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้นแล้ว  พวกท่านจะไม่หลงทางหลังจากฉันเด็ดขาดคือกิตาบุลเลาะฮ์ และอิตเราะตีของฉัน

ดูอัซซอวาอิก อัลมุห์ริเกาะฮ์ หน้าที่ 224

ในหนังสือเล่มเดียวกันหน้า 234 อิบนุฮะญัรได้กล่าวว่า

وفي رواية صحيحة إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ أَمْرَيْنِ لَنْ تَضِلُّوا إِنِ اتَّبَعْتُمُوهُمَا، وَهُمَا: كِتَابُ اللَّهِ، وَأَهْلُ بَيْتِي عِتْرَتِي

มีฮะดีษซอฮิฮ์อีกรายงานหนึ่ง(ท่านนบีกล่าวว่า) ฉันได้มอบสองสิ่งไว้ให้กับพวกท่าน พวกท่านจะไม่หลงทางหลังจากฉันเด็ดขาด หากพวกท่านปฏิบัติตามสองสิ่งนั้นแล้ว คือกิตาบุลเลาะฮ์ และอิตเราะตีคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน

زاد الطبراني وَسَأَلْتُ ذَلِكَ لَهُمَا رَبِّي، فَلَا تَقْدُمُوهُمَا فَتَهْلَكُوا، وَلَا تَقْصُرُوا عَنْهُمَا فَتَهْلَكُوا، وَلَا تُعَلِّمُوهُمْ فَإِنَّهُمْ أَعْلَمُ مِنْكُمْ

อัตต็อบรอนี(ตาย 360)ได้รายงานเพิ่ม(จากวรรคข้างต้นว่า) และฉัน(นบี)ได้วอนขอสิ่งนั้นต่อพระผู้อภิบาลของฉันให้กับทั้งสอง ดังนั้นพวกท่านอย่าล้ำหน้าทั้งสองสิ่งแล้วพวกท่านจะหายนะ และพวกท่านอย่าสร้างความบกพร่องกับสองสิ่งนั้นแล้วพวกท่านจะหายนะ และพวกท่านสอนพวกเขาเพราะพวกเขามีความรู้มากกว่าพวกท่าน

ยะอ์กูบ บินสุฟยาน อัลฟะสะวี (ตาย 277 )ได้รายงานฮะดีษด้วยสายรายงานที่เชื่อถือได้ไว้ในหนังสือของเขาชื่อ อัลมะอ์ริฟะฮ์ วัตตารีค เล่ม 1 หน้า 536

حَدَّثَنَا يَحْيَى قَالَ: حَدَّثَنَا جَرِيرٌ عَنِ الْحَسَنِ بْنِ عُبَيْدِ اللَّهِ عَنْ أَبِي الضُّحَى عَنْ زَيْدِ بْنِ أَرْقَمَ قَالَ: قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ مَا إِنْ تَمَسَّكْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوا كِتَابُ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ وعترتي أهل بيتي وأنهما لن يتفرقا حتى يردا عليّ الحوض

จากเซด บินอัรก็อมเล่าว่า ท่านนบี(ศ)ได้กล่าวว่า ฉันได้มอบไว้ให้กับพวกท่าน สิ่งหากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้นแล้ว  พวกท่านจะไม่หลงทางเด็ดขาดคือ กิตาบุลเลาะฮ์ และอิตเราะตีคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน และสองสิ่งนี้ จะไม่แยกจากกันเด็ดขาด จนกว่าจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

อุละมาอ์ซุนนี่ที่ตรวจทานฮะดีษษะกอลัยนิดังกล่าวว่าซอฮิฮ์ ด้วยคำว่า( อะค็อซตุม أَخَذْتُمْ หากพวกท่านยึดไว้ )คืออิบนุฮะญัรอัลอัสกอลานี(ตาย 852)เขาได้บันทึกไว้ในหนังสืออัลมะตอลิบุลอาลิยะฮ์ หัวข้อ ฟะฎออิลของอิม่ามอาลีดังนี้

عَنْ عَلِيِّ قاَلَ :  أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَضَرَ الشَّجَرَةَ بِخُمٍّ ثُمَّ خَرَجَ آخِذًا بِيَدِ عَلِيٍّ قاَلَ:

ท่านอาลีเล่าว่า ท่านนบี(ศ)ได้มาถึงที่ต้นไม้ ตรงบริเวณคุม(แหล่งน้ำ) แล้วท่านได้ออกมาโดยจับมืออาลี(ชูขึ้น)พลางกล่าวว่า

أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ رَبُّكُمْ ؟ قاَلُوْا : بَلَى

พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์ คือ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ

قاَلَ : أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ أَوْلَى بِكُمْ مِنْ أَنْفُسِكُمْ وَأَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ أولياءكُمْ ؟ فَقاَلُوْا : بَلَى

ท่านนบี(ศ)กล่าวว่า พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ มีสิทธิต่อพวกท่าน มากที่สุดยิ่งกว่าตัวของพวกท่านเอง และแท้จริง อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เอาลิยาอ์” ของพวกท่าน  พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ

قاَلَ : فَمَنْ كاَنَ اللهُ وَرَسُوْلُهْ مَوْلاَهُ فَإِنَّ هَذاَ مَوْلاَهُ

ท่านนบีได้กล่าวว่า ดังนั้นผู้ที่อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เมาลา” ของเขา เพราะฉะนั้นแท้จริงชายคนนี้(อาลี) ก็คือ “เมาลา” ของเขา

وَقَدْ تَرَكْتُ فِيْكُمْ ماَ إنْ أَخَذْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوْا كِتاَبُ اللهِ سَبَبُهُ بِيَدِهِ وَسَبَبُهُ بِأَيْدِيْكُمْ وَأَهْلُ بَيْتِيْ

และแน่นอน ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดสิ่งนั้นเอาไว้ พวกท่านจะไม่หลงทางเด็ดขาด คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์  วิถีของมันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน วิถีของมันอยู่ในมือของพวกท่าน

ดูอัลมะฏอลิบุล อาลียะฮ์ โดยอิบนิฮะญัร เล่ม 11 หน้า 230 ฮะดีษที่ 4043

อิบนุฮะญัรกล่าวว่า  สายรายงานนี้ ซอฮิฮ์

อัลบูซีรี(ตาย 840)ได้ตรวจทานว่าฮะดีษนี้ซอฮิฮ์เช่นกัน คือ

عَنْ عَلِيِّ بْنِ أَبِي طَالِبٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَضَرَ الشَّجَرَةَ بِخُمٍّ ثُمَّ خَرَجَ آخِذًا بِيَدِ عَلِيٍّ فَقاَلَ:

ท่านอาลี บินอบีตอลิบ(ร.ฎ.)เล่าว่า ท่านนบี(ศ)ได้มาถึงที่ต้นไม้ ตรงบริเวณคุม(แหล่งน้ำ) แล้วท่านได้ออกมาโดยจับมืออาลี(ชูขึ้น)พลางกล่าวว่า

أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ رَبُّكُمْ ؟ قاَلُوْا : بَلَى

พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์ คือ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ

قاَلَ: أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ أَوْلَى بِكُمْ مِنْ أَنْفُسِكُمْ وَأَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ مَوْلاَكُمْ ؟

ท่านนบี(ศ)กล่าวว่า พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ มีสิทธิต่อพวกท่าน มากที่สุดยิ่งกว่าตัวของพวกท่านเอง และแท้จริง อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เมาลา” ของพวกท่าน

قاَلُوْا : بَلَى. قاَلَ : فَمَنْ كاَنَ اللهُ وَرَسُوْلُهْ مَوْلاَهُ فَإِنَّ هَذاَ مَوْلاَهُ

พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ ท่านนบีได้กล่าวว่า ดังนั้นผู้ที่อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เมาลา” ของเขา เพราะฉะนั้นแท้จริงชายคนนี้(อาลี) ก็คือ “เมาลา” ของเขา

وَقَدْ تَرَكْتُ فِيْكُمْ ماَ أَنْ أَخَذْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوْا كِتاَبُ اللهِ سَبَبُهُ بِيَدِهِ وَسَبَبُهُ بِأَيْدِيْكُمْ وَأَهْلُ بَيْتِيْ

และแน่นอน ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดสิ่งนั้นเอาไว้ พวกท่านจะไม่หลงทางเด็ดขาด คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์  วิถีของมันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน วิถีของมันอยู่ในมือของพวกท่าน

رَوَاهُ إِسْحاَقُ بِسَنَدٍ صَحِيْحٍ

อิสฮ๊าก บินรอฮะวัยฮ์(ตาย 238)ได้รายงานฮะดีษนี้ ด้วยสายรายงานซอฮิฮ์ ดูอิตติฮ๊าฟุลคิยะเราะฮ์  โดยฮาฟิซ อะหมัด บินอบีบักร อัลบูซิรี เล่ม 7 : 81  ฮาดีษที่  6683

ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ได้กล่าวว่า

إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ خَلِيفَتَيْنِ كِتَابُ اللَّهِ حَبْلٌ مَمْدُودٌ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالْأَرْضِ وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي وَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

ฉันได้ทิ้งสองคอลีฟะฮ์ไว้ในหมู่พวกท่านคือ กิตาบุลลอฮ์ คือเชือกที่ทอดยาวอยู่ระหว่างฟ้ากับแผ่นดิน และอิตเราะตีคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน สองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกันเด็ดขาด  จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

ซอฮิฮ์ ญามิอุซ-ซอฆีร ผู้แต่ง อัสสิยูตี เล่ม 1 : 482 ฮะดีษที่ 2457 เชคอัลบานีกล่าวว่า ซอฮิฮ์

ฮะดีษเดียวกันนี้ยังถูกบันทึกอยู่ในมุสนัดอะหมัด เล่ม 5 : 181 ฮะดีษที่ 21618

บทความโดย เชค อับดุลญะวาด สว่างวรรณ