เหตุการณ์ “ยะซีด” ใช้ไม้ตีที่ฟัน “อิม่ามฮูเซน(อ)”

ยะซีดขึ้นนั่งบัลลังก์กลางท้องพระโรง ศีรษะอิม่ามฮูเซน หลานชายท่านนบีถูกนำมาวางตรงหน้า ยาซีดใช้ไม้ตีที่ฟันอิม่ามฮูเซนพลางรายกลอนว่า

670

เชลยแห่งบนีฮาชิม

หลังจากที่ท่านอิมามฮูเซน(อ) ได้ถูกอาชญากรใจโหดรุมสังหารที่กัรบาลา

ลูกหลานของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์  ได้ถูกนำตัวมายังราชวังของยาซีด (ละนะตุลลอฮ์)

ยะซีดขึ้นนั่งบัลลังก์กลางท้องพระโรง   ศีรษะอิม่ามฮูเซน หลานชายท่านนบีถูกนำมาวางตรงหน้า  ยาซีดใช้ไม้ตีที่ฟันอิม่ามฮูเซนพลางรายกลอนว่า

لَيْتَ اَشْياخى بِبَدرٍ شَهِدُوا    جَزَعَ الْخَزْرَجِ مِنْ وَقْعِ الاسَلْ

ข้า อยากให้บรรพบุรุษข้า(อุตบะฮ์)ที่ตายในบาดัรได้เห็นจังเลย และให้พวกคอซรอซ(ที่เป็นฝ่ายศาสดา)ได้เจ็บปวดจากเชลยเหล่านี้   มันเท่าเทียมกันแล้วกับที่พวกเจ้าได้สังหารปู่ทวดของข้าในสงครามบาดัรและอุฮุด

لَعِبَتْ هاشِمُ بِالْمُلْكِ فَلا      خَبَر جاءَ وَ لا وَحْيٌ نَزَلْ

พวกฮาชิมได้เล่นกับอำนาจโดยเอาอิสลามบังหน้า  ที่จริงไม่มีวะฮีใดๆถูกประทานลงมาหรอก

لَسْتُ مِنْ خِنْدِفَ انْ لَمْ اَنْتَقِمْ        مِن بَنى اَحْمَدَ ما كانَ فَعَلْ

ข้าคงไม่ใช่ลูกหลานคินดิ๊ฟ หากข้าไม่ได้ล้างแค้นกับลูกหลานมุฮัมมัด ต่อสิ่งที่มุฮัมมัดได้สังหารบรรพบุรุษข้าไว้ในอดีต

Θ ท่านหญิงซัยนับ บุตรีท่านอิม่ามอาลีลุกขึ้นโต้ตอบยาซีดว่า  อัลลอฮ์ ตะอาลาตรัสว่า

وَلَا يَحْسَبَنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا أَنَّمَا نُمْلِي لَهُمْ خَيْرٌ لِأَنْفُسِهِمْ إِنَّمَا نُمْلِي لَهُمْ لِيَزْدَادُوا إِثْمًا وَلَهُمْ عَذَابٌ مُهِينٌ

บรรดากาเฟรทั้งหลาย  จงอย่าได้คิดเป็นอันขาดว่า ที่เราประวิงให้แก่พวกเขานั้นเป็นการดีแก่ตัวของพวกเขาแท้จริงที่เราประวิง ให้แก่พวกเขานั้น ก็เพื่อให้พวกเขาได้เพิ่มพูนบาปกรรมเท่านั้น และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันต่ำช้า

وَلَا تَحْسَبَنَّ الَّذِينَ قُتِلُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَمْوَاتًا بَلْ أَحْيَاءٌ عِنْدَ رَبِّهِمْ يُرْزَقُونَ

เจ้า จงอย่าได้คิดเป็นอันขาดว่า บรรดาผู้ที่ถูกฆ่าในทางของอัลลอฮ์นั้นตาย มิได้พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ พระเจ้าของพวกเขาในสภาพที่ได้รับปัจจัยยังชีพ

►ท่านหญิงซัยนับถามยะซีดว่า

اَمِنَ الْعَدْلِ يَابْنَ الطُّلَقاءِ تَخْدِيْرُكَ حَرائِرَكَ وَاَمائَكَ وَ سُوقَكَ بَناتِ رَسُولِ اللّهِ سَبايا ؟

قَدْ هَتَكْتَ سُتُورَهُنَّ، وَ اَبْدَيْتَ وُجُوهَهُنَّ، تَحْدُو بِهِنَّ الاعْداءُ مِنْ بَلَدٍ الى بَلَدٍ

وَ حَسْبُكَ بِاللّهِ حاكِما، وَ بِمُحَمَّدٍ ص خَصيما وَ بِجَبْرَئيلَ ظَهيرا.

بِئْسَ لِلظّالِمينَ بَدَلاً وَأَيُّكُمْ شَرُّ مَكاناً وَ اَضْعَفُ جُنْدا

มัน คือความยุติธรรมกระนั้นหรือ ?  โอ้บุตรของทาส(ที่ท่านนะบี)ปล่อยให้เป็นอิสรภาพในวันพิชิตมักกะฮ์   การที่เจ้าเอาผ้าม่านคลุมภรรยา สตรีที่เป็นเครือญาติเจ้าและนางสนมของเจ้า

แต่ เจ้ากับลากจูงบรรดาสตรีที่เป็นลูกหลานของรอซูลุลลอฮ์ในสภาพเชลย   เจ้าฉีกผ้าคลุมของพวกนาง เจ้าให้ใบหน้าของพวกนางต้องปรากฏต่อหน้าบรรดาศัตรูอิสลาม จากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง

เพียงพอแล้วสำหรับเจ้า ที่อัลลอฮ์และนะบีมุฮัมมัดจะเป็นคู่กรณีกับเจ้า และท่านญับรออีลจะเป็นศัตรูต่อต้านเจ้า

ช่าง ต่ำทรามยิ่งสำหรับบรรดาคนอธรรมทั้งหลาย  พวกเจ้าจะได้อยู่ในสถานที่อันเลวร้ายและกองทัพเจ้าช่างอ่อนแอที่สุด ( คือรังแกคนป่วย สตรีและเด็กๆที่ไม่ทีทางสู้)

Θยาซีดได้สั่งให้คอเตบประจำสำนักขึ้นมิมบัร ทำการประณามท่านอิม่ามฮูเซนและท่านอิม่ามอาลี จากนั้นคอเตบชั่วก็ได้ยกย่องสรรเสริญมุอาวียะฮ์และยาซีด

Θ อิม่ามซัยนุลอาบิดีน บินฮูเซน จึงตะโกนใส่คอเตบชั่วว่า

وَيْلَكَ اَيُّهَا الْخاطِبُ، اِشْتَرَيْتَ مَرْضاةَ الْمَخْلُوقِ بِسَخَطِ الْخالِقِ، فَتَبَوَّأْ مَقْعَدَكَ مِنَ النّارِ

โอ้ เจ้าคอเตบ ความวิบัติจงมีแด่เจ้าเถิด   ที่เจ้าได้ขายความพอใจของมนุษย์เยี่ยงยาซีด กับความพิโรธของอัลเลาะฮ์  เจ้าจงเตรียมตัวลงนรกเถิด

ท่ามกลางความสับสนของผู้คนที่เฝ้ามองดู อยู่ในท้องพระโรงอย่างหนาแน่นกับเชลยศึกกลุ่มนี้  อิม่ามซัยนุลอาบิดีนได้ฉวยโอกาสเปิดเผยความจริงว่า  ท่านเป็นใคร

อิม่ามซัยนุลอาบิดีนหันไปบอกกับยาซีดว่า  ฉันต้องการขึ้นมิมบัรปราศรัย  ยาซีดยินยอมให้บุตรชายอิม่ามฮูเซนขึ้นไปอย่างไม่พอใจนัก

อิม่ามซัยนุลอาบิดีนได้ทำการสรรเสริญอัลลอฮ์และซอลาวาตต่อท่านนะบี  จากนั้นกล่าวว่า

أيها الناس أنا ابنُ مكة ومنى، أنا ابنُ المروة والصفا، أنا ابنُ محمد المصطفى أنا ابنُ علي المرتضى، أنا ابنُ فاطمة الزهراء  أنا ابنُ ذبيحُ كربلاء أنا ابنُ الْمَجزُوزِ الرأسِ مِنَ القِفاَ

โอ้ประชาชนทั้งหลาย  ฉันคือบุตรของมักกะฮ์และมีนา  ฉันคือบุตรของมัรวะฮ์และซ่อฟา  ฉันคือบุตรของมุฮัมมัด มุศตอฟา  ฉันคือบุตรของอะลี มุรตะฎอ ฉันคือบุตรของฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ

ฉันคือบุตรของผู้ถูกสังหารที่แผ่นดินกัรบาลา  และฉันคือบุตรของผู้ถูกตัดศีรษะที่วางอยู่ตรงนี้…

สิ้นสุดคำพูดท่านอิม่ามซัยนุลอาบิดีนได้ร้องไห้ออกมา

ส่วนประชาชนพอได้ยินเช่นนั้นทุกคนในท้องพระโรงต่างส่งเสียงร้องไห้โฮออกมา

ยา ซีดแลเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก เขาจึงรีบตัดบทมิให้อิม่ามซัยนุลอาบิดีนประจานเขาได้อีก โดยสั่งมุอัซซินให้ทำการอาซาน    เมื่อมุอัซซิน อาซานว่า

“ อัลลอฮุอักบัร “   ท่านอิม่ามฯกล่าวว่า  ใช่แล้ว ไม่มีสิ่งใดใหญ่เกินอัลเลาะฮ์

พอมุอัซซินกล่าวว่า

“ อัชฮะดุ อันลาอิลาฮะ อิลัลลอฮ์ “  อิม่ามฯกล่าวว่า ข้าขอปฏิญาณตนตามที่เขากล่าวสิ่งนั้น

เมื่อมุอัซซินกล่าวว่า

อัชฮะดุ อันนะ  มุฮัมมะดัน รอซูลุลลอฮ์  อิม่ามฯกล่าวว่า

يا يَزِيْدُ هذا جَدِّي أو جَدُّكَ ؟ فإن قُلتَ جدُّكَ فقد كَذِبْتَ، وإن قُلتَ جَدِّيْ فَلِمَ قَتَلْتَ أَبِي وسَبَيْتَ حَرَمَهُ وَسَبَيْتَنِيْ ؟

โอ้ยาซีด  ! มุฮัมมัดคนนี้คือ ปู่ของฉัน  หรือ  ปู่ของเจ้า  ?

หากเจ้าบอกว่า  เขาคือ ปู่ของเจ้า  แน่นอนเจ้าคือคนโกหก

และ หากเจ้าบอกว่า   เขาคือปู่ของฉัน  ขอถามเจ้าว่า ทำไมเจ้าต้องสังหารบิดาของฉันด้วย  ทำไมเจ้าจึงจับครอบครัวฉันเป็นเชลย และทำไมเจ้าจึงจับฉันเป็นเชลย ?

ท่านอิม่ามซัยนุลอาบิดีนหันไปกล่าวกับประชาชนว่า

معاشِرَ الناس هَل فِيكُم مَن أَبُوهُ وجَدُّهُ رسولُ الله  ؟

โอ้ท่านทั้งหลาย  มีใครในหมู่พวกท่านไหม ที่บิดาของเขาและปู่ของเขาคือท่านรอซูลุลลอฮ์ (ศ)

คำถามนี้ทำให้ผู้คนในท้องพระโรงส่งเสียงร้องไห้ดังลั่นออกมา……