วิพากษ์ “แนวคิดวะฮาบี” ส่งเสริมถือศีลอดวันอาชูรอ (ตอนที่ ๑)

บนีอุมัยยะห์ (ต้นไม้ที่ถูกสาป) ได้บังคับให้ผู้คนเฉลิมฉลองวันอาชูรอ (ที่ 10 ของมูฮัรรอม) เป็นวันแห่งความสุขและสนับสนุนให้ผู้คนซื้อและเก็บอาหารประจำปีของพวกเขา ให้ถือศีลอดในวันนั้นเป็นซุนนะห์โดยประดิษฐ์เป็นประเพณีนิยมสืบเนื่องกันมา เป็นการออกแบบมาเพื่อบดบังและปกปิดความหายนะครั้งใหญ่ของการเข่นฆ่าครอบครัวท่านศาสดา

884

วิพากษ์  “แนวคิดวะฮาบี” ส่งเสริมถือศีลอดวันอาชูรอ (ตอนที่ ๑)

บทนำ

อาชูรอ เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับบนีอุมัยยะห์

บนีอุมัยยะห์ (ต้นไม้ที่ถูกสาป)  ได้บังคับให้ผู้คนเฉลิมฉลองวันอาชูรอ (ที่ 10 ของมูฮัรรอม) เป็นวันแห่งความสุขและสนับสนุนให้ผู้คนซื้อและเก็บอาหารประจำปีของพวกเขา ให้ถือศีลอดในวันนั้นเป็นซุนนะห์โดยประดิษฐ์เป็นประเพณีนิยมสืบเนื่องกันมา เป็นการออกแบบมาเพื่อบดบังและปกปิดความหายนะครั้งใหญ่ของการเข่นฆ่าครอบครัวท่านศาสดา

เพื่อให้ผู้คนเชื่อว่า วันอาชูราเป็นวันแห่งความสุข  บนีอุมัยยะห์ ได้กุเรื่องเท็จขึ้นมาว่า

-วันนั้นเป็นวันที่อัลลอฮ์ช่วยบนีอิสราเอลจากฟาโรห์

ทั้งๆที่ท่านนบีมูซา (อ) และพรรคพวกของเขาได้รับความช่วยเหลือให้รอดพ้นและผ่านแม่น้ำไนล์ไปได้ในเดือนรอบิอุลเอาวัล

พวกเขายังคงกุเรื่องอีกว่า

-การเตาบัตตัวของอาดัมเป็นที่ถูกตอบรับในวันนั้น

ทั้งๆที่การถูกตอบรับนั้น เกิดขึ้นในเดือนซุลฮิจญะห์

พวกเขากล่าวอีกว่า

-เป็นวันที่นบียูนุส (อ) ได้รับความปลอดภัยจากท้องของปลา

-เป็นวันที่เรือของนบีนุฮ์ (อ) ได้ถูกสร้างแล้วเสร็จ

ทั้งๆที่มันเป็นวันที่ 18 ของเดือนซุลฮิจญะห์

ประเพณีทั้งหมดนี้ ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย บนีอุมัยยะห์ทั้งสิ้น เพื่อปกปิดอาชญากรรมของพวกเขา

วันอาชูรอ เป็นวันแห่งความโศกเศร้าและคร่ำครวญ ตามการรายงานของอะฮ์ลุลบัยต์กล่าวกันว่า”ใครก็ตามที่เฉลิมฉลองวันนี้เป็นวันแห่งความสุข เขาจะฟื้นคืนชีพในวันแห่งการพิพากษาร่วมกับยะซีด ”

เหตุผลนั้นชัดเจน เป็นเพราะว่ามีรายงานมาจากท่านศาสดา  ทุกคนที่พอใจกับการกระทำ เขาจะฟื้นคืนชีพในวันพิพากษาพร้อมกับผู้ที่กระทำการนั้น การถือศีลอดแบบไม่บังคับถือเป็นสัญญาณของความยินดีและเป็นสัญญาณแห่งความสุข

ดังกล่าวนี้ มีรายงานอยู่ในฮะดิษชองซุนนี แต่อย่าลืมว่ามีรายงานที่ขัดแย้งกันมากมายอยู่ในฮะดิษเหล่านั้น ซึ่งเป็นการหักล้างสมมติฐานที่ว่า เป็นฮะดิษซอเฮียฮ

อาชูรอฮุซัยนี จากมุมมองของลัทธิวะฮาบี

ประเด็นหนึ่งที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดอย่างกว้างขวางเกี่ยวข้องกับ “อาชูรอ ฮุซัยนี”  จากมุมมองของลัทธิวะฮาบีตักฟีรีย์  คือประเด็นของการถือศีลอดในวันอาชูรอ  อันเป็นการยึดและปฏิบัติตามแบบฉบับหรือซุนนะห์ของบนีอุมัยยะห์ ที่ได้ทำการชุโกรและขอบคุณต่อการที่ได้ทำการสังหารท่านอิมามฮุเซน(อ) พร้อมทั้งครอบครัวและสาวก เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและมีความสุขในวันที่ได้สังหารนั้น

ท่านอิมาม ญะอ์ฟัร ศอดิก(อ) กล่าวในเรื่องนี้ว่า

إن آل أمية عليهم لعنة الله ومن أعانهم علي قتل الحسين من أهل الشام، نذروا نذرا إن قتل الحسين عليه السلام وسلم من خرج إلي الحسين عليه السلام وصارت الخلافة في آل أبي سفيان، أن يتخذوا ذلك اليوم عيدا لهم، وأن يصوموا فيه شكرا

ความว่า บนีอุมัยยะห์ (ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงสาปแช่งพวกเขาและผู้คนที่มาจากเมืองชาม(ซีเรีย)ที่ช่วยพวกเขาในการสังหารอิมามฮุเซน)  ได้ทำการบนบานว่า หากฮุเซนถูกฆ่า … และตำแหน่งผู้ปกครองตกเป็นของวงศ์วานอบูซุฟยาน พวกเขาควรจะกำหนดให้อาชูรอเป็นวันอีดสำหรับตัวเอง และถือศีลอดในวันนั้นเพื่อการขอบคุณ

(หนังสือ امالي شيخ طوسي، ص 667، رقم 1397 / 4  )

ก่อนอื่น จะขอกล่าวถึงทัศนะของนักการศาสนาระดับอาวุโสของลัทธิวาฮาบีย์  และนักวิชาการซุนนีบางคน  และจากนั้นเราจะทำการวิพากษ์ทัศนะดังกล่าว

การส่งเสริมให้ถือศีลอดวันอาชูรอ เพราะตรงกับวันที่ท่านศาสดาอพยพไปยังนครมักกะห์

เชค อับดุลลาซีส อัล-เชค อับดุลอาซิซ บิน อับดุลลาห์ อัลชีค

– เป็นนักวิชาการมุสลิม มุฟตีย์ที่ยิ่งใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย

– เป็นประธานสภานักวิชาการด้านศาสนาอาวุโส

– เป็นคณะอนุกรรมการคณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยอิสลามและการฟัตวา (วินิจฉัย) ของซาอุดีอาระเบีย

ได้ออกแถลงการณ์ ส่งเสริมและสนับสนุน ให้ชาวมุสลิมถือศีลอดในวันอาชูรอ โดยออกแถลงการณ์พร้อมทั้งยกเหตุผลดังนี้ :

สำนักข่าวซาอุดีอาระเบียรายงานในแถลงการณ์ของอับดุลอาซิซ บิน อับดุลลาห์ บิน มูฮัมหมัดอัล – ชีค   ว่า:อัมมา บะอ์ด … รายงานจากท่านศาสดาว่า  ท่านถือศีลอดในวันอาชูรอและกำชับส่งเสริมให้ประชาชนถือศีลอดในวันนั้นด้วย เพราะวันอาชูรอตรงกับวันที่อัลลอฮฺได้ทรงทำให้นบีมูซาและชนเผ่าอิสราเอลรอดพ้นจากการจับกุมของฟิรเอาน์และทำให้ฟิรเอาน์และกองทหารจมน้ำทะเล  ดังนั้นสำหรับมวลมุสลิมทั้งชายและหญิงเป็นมุสตะฮับให้ถือศีลอดในวันที่สิบของเดือนมุฮัรรอม เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออัลลอฮฺ  และเป็นการดีให้ถือศีลอดเพิ่มก่อนหน้าวันที่สิบอีกหนึ่งวัน(วันที่เก้า) หรือหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน(วันที่สิบเอ็ด)….   และเมื่อพิจารณาว่าปีนี้ซึ่งเป็นปี ฮ.ศ  1422 และเดือนซุลฮิจยะห์ครบสามสิบวันเต็ม ทำให้วันจันทร์เป็นวันแรกของเดือนมุฮัรรอม ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่พวกเขาจะถือศีลอดในวันที่สิบและสิบเอ็ดของเดือนมุฮัรรอมในปีนี้ …

(อ้างอิง الانتصار، عاملي، ج 9، ص 302  )

คำพูดของ อบูคอลิด บนเว็บไซต์ของสถาบันศาสนาซุนนีเมืองซาเฮดาน  เขียนว่า

ในบทความบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถาบันซุนนีในเมืองซาเฮดาน (ซุนนีออนไลน์) ซึ่งเขียนโดยนักวิชาการซุนนีคนหนึ่งชื่ออาบูคอลิดมีการกล่าวถึงดังนี้ :เมื่อพิจารณาถึงสถานะของวันอาชูรอและการถือศีลอดในวันนั้น ซึ่งได้รับการเน้นย้ำในแบบฉบับของท่านศาสดา(ศ) ท่านได้กำชับ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชาติของท่านถือศีลอดในวันนี้  โดยมีริวายะห์บทหนึ่งจาก อับดุลเลาะห์ บิน อับบาส ซึ่งบันทึกในหนังสือ ศอเฮียฮ์ บุคอรี ว่า เมื่อท่านนบีอพยพ (ฮิจเราะฮฺ) มาถึงมะดีนะฮ์และเห็นว่าพวกยิวนั้นถือบวชวันอาชูรอจึงถามว่า พวกเจ้าถือบวชทำไม ? พวกยิวตอบว่า วันนี้คือวันอันจำเริญที่ชาวยิวได้รับการช่วยเหลือจากอัลเลาะฮฺให้รอดพ้นจากศัตรู(ฟาโรห์)  ท่านนบีมูซาจึงทำการถือศีลอดชูโกร(ขอบคุณพระองค์)  ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)จึงกล่าวว่า ฉันนั้นทรงสิทธิ์ในมูซามากกว่าพวกเจ้า (ยิว) (เพราะรอดพ้นจากกาเฟรมักกะฮ์ที่ไล่ล่า) ท่านนบีจึงถือบวชวันอาชูรอและสั่งสาวกให้ถือตั้งแต่นั้นมา

ริวายะห์อีกบทหนึ่ง รายงานจาก อิบนุ อับบาส เช่นกัน ว่า  โดยเล่าจากท่านศาสดา(ศ)

ท่านอิบนุอับบาส ได้กล่าวว่า

قَالَ: رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ صُومُوا يَوْمَ عَاشُورَاءَ وَخَالِفُوا الْيَهُودَ صُومُوا قَبْلَهُ يَوْمًا أَوْ بَعْدَهُ يَوْمًا

“ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า พวกท่านจงถือศีลอดวันอาชูรออฺ และพวกท่านจงแตกต่างกับพวกยิว คือพวกท่านจงถือศีลอดก่อนวันอาชูรออฺหนึ่งวัน (คือวันที่ 9) หรือถือศีลอดวันหลังวันอาชูรออฺอีกหนึ่งวัน (คือวันที่ 11)”

รายงานโดยอิหม่ามอะห์มัด, อัลมุสนัด, เล่ม 1 หน้า 241 .

วิพากษ์

  มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงในริวายะห์ เกี่ยวกับการถือศีลอดวันอาชูรอในแหล่งอ้างอิงของซุนนี

เพื่อพิจารณาดูในตำราอันดับต้นๆของอะห์ลิลซุนนะห์ เราได้พบกับริวายะห์ที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการถือศีลอดวันอาชูรอ ซึ่งในหลาย ๆ กรณีไม่สามารถที่จะรวมกันได้

การถือศีลอดของศาสดาและชาวกุเรชในวันอาชูรอ ก่อนศาสนาอิสลาม

ในบรรดาริวายะห์ที่กล่าวไว้ในศอเฮียฮ์บุคอรีและมุสลิม และทำให้นักวิชาการชาวซุนนีและวะฮาบีบางคนออกคำฟัตวา เป็นมุสตะฮับให้ถือศีลอดในวันอาชูรอ คือ ฮะดิษ บทนี้

:ท่านหญิงอาอิชะฮ์ กล่าวว่า

كَانَتْ قُرَيْشٌ تَصُومُ عَاشُورَاءَ فِي الْجَاهِلِيَّةِ وَكَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَصُومُهُ فَلَمَّا هَاجَرَ إِلَى الْمَدِينَةِ صَامَهُ وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ فَلَمَّا فُرِضَ شَهْرُ رَمَضَانَ قَالَ مَنْ شَاءَ صَامَهُ وَمَنْ شَاءَ تَرَكَهُ

“ชาวกุเรชเคยทำการถือศีลอดวันอาชูรออฺในสมัยญาฮีลียะฮ์ และท่านรอซูลุลลอฮ์ (ศ) ได้ทำการถือศีลอดเช่นกัน ดังนั้นในขณะที่ท่านได้อพยพสู่นครมะดีนะฮ์ ท่านได้ใช้ให้ทำการถือศีลอด (วันอาชูรออฺ) และเมื่อเดือนรอมะฎอนได้ถูกกำหนดเป็นฟัรดู (ให้ถือศีลอด) ท่านรอซูลุลลอฮ์ จึงกล่าวว่า ผู้ใดต้องการจะถือศีลอด ก็จงทำเถิด และผู้ใดที่ต้องการละทิ้ง ก็ละทิ้งเถิด”

รายงานโดยมุสลิม, ฮะดีษลำดับที่ 1897

และ หนังสือ   صحيح البخاري، ج 2، ص 250، ح 2002، كتاب الصوم، ب 69. باب صِيَامِ يَوْمِ عَاشُورَاءَ

ประการแรก:

ฮะดิษบทนี้  เนื่องจากมี  “ฮิชาม บิน อุรวะห์” อยู่ในสายรายงาน ทำให้รายงานดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับสายรายงาน  เพราะอิบนุ ก็อฏฏอน ได้กล่าวเกี่ยวกับเขาว่า: เขาเป็นคนมั่วและชอบปะปนเนื้อหาที่ไม่ถูกต้องและถูกต้อง  และซาฮาบี กล่าวเกี่ยวกับเขาว่า  : ” เขามีความจำไม่ดี หรือมีความสงสัยในสิ่งเหล่านี้ ”  และ อิบนุ คัรราช กล่าวเกี่ยวกับเขาว่า:  มาลิกไม่พอใจเขาและวิพากษ์วิจารณ์ฮะดิษของเขาที่เขาเล่าให้ชาวอิรักฟัง

อ้างอิง

(ميزان الاعتدال، ج 4، ص 301)

ประการที่สอง

ริวายะห์เหล่านี้มันขัดแย้งกับริวายะห์ด้านล่างนี้

ศาสดาและกุเรชไม่เคยรู้มาก่อน เกี่ยวกับการถือศีลอดวันอาชูรอ จนถึงเวลาอพยพ

ในบรรดาริวายะห์ ที่กล่าวถึงในศออเฮียฮฺบุคอรีและซึ่งขัดแย้งกับฮะดิษข้างต้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งได้แก่ฮะดิษบทนี้ :

حَدَّثَنَا أَبُو مَعْمَرٍ حَدَّثَنَا عَبْدُ الْوَارِثِ حَدَّثَنَا أَيُّوبُ حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ سَعِيدِ بْنِ جُبَيْرٍ عَنْ أَبِيهِ عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ – رضي الله عنهما – قَالَ قَدِمَ النَّبِيُّ – صلي الله عليه وسلم – الْمَدِينَةَ. فَرَأَي الْيَهُودَ تَصُومُ يَوْمَ عَاشُورَاءَ. فَقَالَ «مَا هَذَا». قَالُوا هَذَا يَوْمٌ صَالِحٌ. هَذَا يَوْمٌ نَجَّي اللَّهُ بَنِي إِسْرَائِيلَ مِنْ عَدُوِّهِمْ. فَصَامَهُ مُوسَي. قَالَ «فَأَنَا أَحَقُّ بِمُوسَي مِنْكُمْ». فَصَامَهُ وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ.

“ท่านนบี (ศ) ได้มาที่นครมะดีนะฮ์ ท่านเห็นพวกยิวทำการถือศีลอดในวันอาชูรอ ดังนั้นท่านนบีจึงถามว่า นี้คือวันอะไร พวกเขากล่าวว่า นี้คือวันดี เป็นวันที่อัลเลาะฮ์ได้ให้ท่านนบีของบนีอิสรออีล (นบีมูซา) รอดพ้นจากศัตรู (คือฟิรอูน) ดังนั้นท่านนบีมูซาจึงถือศีลอด (เพื่อขอบคุณอัลเลาะฮ์) ท่านนบีจึงกล่าวว่า ฉันมีสิทธิมากกว่าพวกท่านเกี่ยวกับมูซา ดังนั้นท่านนบีจึงถือศีลอดวันอาชูรอและสั่งใช้ให้ถือศีลอด”

รายงานโดยอัลบุคอรีย์, ฮะดิษลำดับที่ 2004 .

ข้อสังเกต

ในริวายะห์แรก กล่าวว่า  ท่านศาสดา(ศ)และชาวกุเรชเคยทำการถือศีลอดในวันอาชูรอในสมัยญาฮีลียะฮ์ และหลังจากประกาศศาสนาอิสลามแล้ว พวกเขายังคงอยู่ในนครมักกะห์และถือศีลอดเป็นเวลาสิบสามปีและหลังจากการอพยพ การถือศีลอดเดือนรอมฎอนได้รับการบัญญัติในนครมะดีนะห์   และหลังจากนั้น การถือศีลอดวันอาชูรอได้ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของประชาชนเอง  ซึ่งหาก ผู้ใดต้องการจะถือศีลอด ก็จงทำไป และผู้ใดที่ต้องการละทิ้ง ก็จงละทิ้งมันไป

แต่เมื่อมาดูริวายะห์บทที่กล่าวว่า: เมื่อท่านศาสดา(ศ)ได้อพยพไปยังเมืองมะดีนะห์  ไม่เพียง แต่ท่านไม่ได้ถือศีลอดในวันนี้ เพราะ ท่านไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการถือศีลอดของวันนี้ด้วยซ้ำไป

และเมื่อท่านเห็นชาวยิวถือศีลอดในวันนี้  ก็สงสัยว่าถือศีลอดทำไม และได้ยินคำตอบว่าชาวยิวถือศีลอดในวันนี้เพราะพวกเขาพอใจกับความรอดพ้นและปลอดภัยของนบีมูซาจากน้ำมือของฟิรอูน  ด้วยเหตุนี้ท่านศาสดาจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า: หากเป็นเช่นนี้ฉันมีสิทธิมากกว่าพวกท่าน เกี่ยวกับมูซา (ที่สามารถรอดพ้นจากการถูกไล่ล่าของพวกกาเฟร)  ดังนั้นท่านนบีจึงถือศีลอดวันอาชูรอและสั่งใช้ให้ถือศีลอด และหลังจากนั้นศาสดาไม่เพียง แต่ถือศีลอดในวันนี้เท่านั้น แต่ยังสั่งให้คนอื่นๆถือศีลอดอีกด้วย

ละทิ้งศีลอดวันอาชูรอเนื่องจากศีลอดวาญิบเดือนรอมฎอน

ริวายะห์อีกบทหนึ่งที่อยู่ในหนังสือศอเฮียฮ์ บุคอรีที่มันขัดแย้งกับฮะดิษข้างต้น  :

عَنِ ابْنِ عُمَرَ رضي الله عنهما قَالَ: صَامَ النَّبِيُّ صلي الله عليه وسلم عَاشُورَاءَ، وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ، فَلَمَّا فُرِضَ رَمَضَانُ تُرِكَ. وَكَانَ عَبْدُ اللَّهِ لاَ يَصُومُهُ، إِلاَّ أَنْ يُوَافِقَ صَوْمَهُ

อุมัรรายงานว่า ท่านนบีถือศีลอดวันอาชูรอและสั่งให้ทุกคนถือศีลอด ทว่าหลังจากถูกกำหนดให้ถือศีลอดในเดือนรอมฏอนแล้ว การถือศีลอดวันอาชูรอจึงถูกยกเลิก และอับดุลลอฮ์ บินอุมัรก็ไม่เคยถือบวชในวันอาชูรอ นอกจากมันจะตรงกับบวชอื่นๆของเขาเช่น(บวชสุนัตวันศุกร์,บวชแก้บนฯ)  (ศอแฮะบุคอรี๒/๒๒๖)

อ้างอิง

صحيح البخاري، ج 2، ص 226، ح 1892،كتاب الصوم، باب وُجُوبِ صَوْمِ رَمَضَانَ.

ดังนั้นริวายะห์นี้จึงสอดคล้องกับริวายะห์ ในการถือศีลอดวันอาชูรอ ก่อนหน้าที่จะมีบัญญัติการถือศีลอดวาญิบของเดือนรอมฎอน และคัดค้านการถือศีลอดของอาชูรอที่เป็นภาคบังคับหรือมีสิทธิในการเลือก

ท่านนบีไม่ได้กระทำตามที่ท่านได้มีคำสั่งไว้ 

อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับริวายะห์ข้างต้น  คือ ฮะดิษ ที่ ฮัยษามี ได้บันทึกในหนังสือ มัจญมะอุลซะวาอีด ของเขาว่า

ฮัยษามี รายงาน จาก อบูสะอีด อัลคุดรีย์ ว่า

ان رسول الله صلي الله عليه وسلم أمر بصوم عاشوراء وكان لا يصومه

ท่านศาสดา(ศ)มีคำสั่งให้ถือศีลอดในวันอาชูรอ แต่ตัวของท่านไม่ได้ถือศีลอดวันดังกล่าว

อ้างอิง

مجمع الزوائد، هيثمي، ج 3، ص 186

นั่นหมายความว่า  : ตามริวายะห์ที่ฮัยษามีย์ กล่าวนั้น  ประจักษ์ปัญหาที่ชัดเจนและชัดแจ้งในฮะดิษเรื่องการถือศีลอดวันอาชูรอ นั่นคือ เป็นไปได้อย่างไรที่ท่านศาสดา(ศ)มีคำสั่งให้ประชาชนปฏิบัติและการทำความดี แต่ตัวของท่านเองไม่ได้ทำ?!

ติดตามต่อ ตอนที่๒