ตีแผ่พฤติกรรมแห่ง “ราชวงศ์อุมัยยะห์” ผ่านคุตบะห์อันเด็ดเดี่ยว ของท่านอิมามซัยนุลอาบีดีน ณ เมืองชาม

ยะซีดเอ๋ย เจ้าจะอนุญาตให้ข้าขึ้นบทแท่นปราศรัยนี้ได้ไหมเพื่อที่ข้าจะได้กล่าวถึงถ้อยคำต่างๆ อันเป็นที่พอพระทัยของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)เพื่อผู้ฟังทั้งหลายจะได้รับรางวัลและผลบุญ

617

ตีแผ่พฤติกรรมแห่ง “ราชวงศ์อุมัยยะห์” ผ่านคุตบะห์อันเด็ดเดี่ยว ของท่านอิมามซัยนุลอาบีดีน ณ เมืองชาม

ยะซีดได้สั่งให้คนกล่าวปราศรัยประณามเหยียดหยามท่านอิมามฮุเซน(อฺ)และผู้เป็นบิดา เมื่อผู้กล่าวคำปราศรัยขึ้นบนมิมบัรแล้ว เขาก็กล่าวสรรเสริญ สดุดีอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ก่อน ต่อจากนั้นก็ได้กล่าวประณามท่านอฺะลีอะมีรุลมุมินีน(อฺ) และท่านอิมามฮุเซน(อฺ)อย่างรุนแรง และได้ยกย่องชมเชย มุอาวิยะฮฺกับยะซีดอย่างไพเราะเพราะพริ้ง

ท่านอิมามอฺะลิ บินฮุเซน(อฺ) ได้ตะโกนด้วยเสียอันดังว่า “ ความวิบัติจะได้แก่เจ้า โอ้นักพูด ในฐานะที่เจ้าเอาความพอใจของผู้ถูกสร้างแลกเปลี่ยนกับความชิงชังของผู้สร้าง ดังนั้นขอให้เจ้าเตรียมที่นั่งไว้ในไฟนรกเถิด ”

ต่อจากนั้นท่านอิมาม(อฺ)ได้กล่าวอีกว่า “ ยะซีดเอ๋ย เจ้าจะอนุญาตให้ข้าขึ้นบทแท่นปราศรัยนี้ได้ไหมเพื่อที่ข้าจะได้กล่าวถึงถ้อยคำต่างๆ อันเป็นที่พอพระทัยของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)เพื่อผู้ฟังทั้งหลายจะได้รับรางวัลและผลบุญ ”แต่ยะซีดกลับปฏิเสธ ประชาชนทั้งหลายกล่าวว่า  “ ข้าแต่อะมีรุลมุมินีน อนุญาตให้เขาขึ้นกล่าวคำปราศรัยบนแท่นปราศรัยเถิด เพื่อพวกเราจะได้รับฟังอะไรบางอย่าง ” เขากล่าวว่า “ ถ้าหากปล่อยให้เขาขึ้นกล่าวคำปราศรัยแล้ว เขาจะไม่ยอมลงมาจนกว่าจะได้สบประมาทข้า และสบประมาทบรรดาวงศ์วานของอะบีซุฟยานก่อน ”

มีคนถามว่า “ อะไรทำให้เขามีความสามารถดีอย่างนี้ ?”

เขาตอบว่า “ พวกอะฮฺลุลบัยตฺได้รับการฟูมฟักทางวิชาการอย่างเต็มที่ ”

ต่อมาไม่ทันไรเขาก็อนุญาตให้ท่าน(อฺ)ขึ้นกล่าวคำปราศรัย หลังจากที่ได้สรรเสริญสดุดีอัลลอฮฺ(ซ.บ.)แล้ว ท่าน(อฺ)ก็ได้กล่าวคำปราศรัยด้วยน้ำตานองหน้า และสะเทือนใจอย่างรุนแรง

ท่าน(อฺ)กล่าวว่า “ ประชาชนทั้งหลาย พวกเราได้รับพร ๖ ประการ และได้รับความดีเด่น ๗ ประการ กล่าวคือ พวกเราได้รับความรู้ ความมีน้ำใจอารี ความมีเกียรติความสันทัดทางวาจา ความกล้าหาญ และความรักในจิตใจของผู้ศรัทธา พวกเราได้รับเกียรติสูงก็เพราะว่าคนในหมู่พวกเราได้รับการคัดเลือกให้เป็นนบี นั่นคือ มุฮัมมัด (ศ)

คนของเรามีผู้ได้รับฉายานามว่า“ เจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ” ( ในอัล-กุรอานกล่างถึงท่านอิมามอฺะลี(อฺ)ว่าเป็น อัศ-ศอดิก)

“ ผู้ที่มีปีก ” ( เหมือนมะลาอิกะฮฺ-หมายถึง ท่านญะอฺฟัร บินอะบีฏอลิบ(ร.ฏ.))

“ ราชสีห์ของอัลลอฮฺและราชสีห์ของศาสนทูต ” ( หมายถึง ท่านฮัมซะฮฺ บินอับดุลมุฏฏอลิบ ( ร.ฏ.)

“ ประมุขแห่งสตรีทั้งมวลโลกในสากลโลก ” ( หมายถึง ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อฺ))

“ ทายาทของศาสดาแห่งประชาชาติ ” ( หมายถึงท่านฮะซัน(อฺ)และท่านฮุเซน(อฺ))

ใครรู้จักข้าก็ย่อมรู้ดี แต่ใครที่ยังไม่รู้จัก ข้าก็จะบอกให้รู้ในฐานะภาพของข้าเท่าที่ข้ามี

ประชาชนทั้งหลาย

ข้าคือ บุตรแห่งนครมักกะฮฺและมินา( ๑)

ข้าคือ บุตรแห่งซัมซัมและศ่อฟา( ๒)

ข้าคือ บุตรของหินโค้งที่อยู่ริมเชิงอัร-ร่อดา( ๓)

ข้าคือ บุตรของคนที่ดีที่สุดในหมู่ผู้สวมใส่ชุดเสื้อผ้า( ๔)

ข้าคือ บุตรของคนที่ดีที่สุดในหมู่ผู้ที่สวมรองเท้า( ๕)

ข้าคือ บุตรของคนที่ดีที่สดุในหมู่ผู้เที่เวียนฏ่อวาฟและเดินซะแอ( ๖)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่ดีที่สุดในหมู่ผู้บำเพ็ญฮัจญ์ และกล่าว “ ลับบัยกฺ ” ต่อพระผู้เป็นเจ้า ( ๗)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่ขี่ม้าอัล-บุรอกฺในห้วงอากาศ( ๘)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่เดินทางในยามค่ำคืนจากมัสญิดอัล-ฮะรอมสู่อัล-อักศอ( ๙)

ข้าคือ บุตรของคนที่เข้าถึงญิบรออีล ณ ซิดเราะตุล-มุนตะฮา( ๑๐)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่ถูกเรียกหาและขานรับอย่างใกล้ชิดประมาณปลายคันธนูหรือยิ่งกว่านั้น (๑๑)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่นมาซร่วมกับมะลาอิกะฮฺแห่งชั้นฟ้า( ๑๒)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่ได้รับสภาวะอัล-วะฮฺยูอันประเสริฐยิ่ง( ๑๓)

ข้าคือ บุตรของมุฮัมมัด อัล-มุศฏ่อฟา

ข้าคือ บุตรของมุฮัมมัด อัล-มุศฏ่อฟา

ข้าคือ บุตรของอฺะลี อัล-มุรตะฏอ

ข้าคือ บุตรของผู้มีสิทธิประหารชีวิตคน จนกว่าเขาจะกล่าวปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ

ข้าคือ บุตรของผู้ที่สามารถใช้ดาบคู่และใช้หอกคู่ในการรบต่อหน้าท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ)

ข้าคือ บุตรของผู้ที่อพยพถึงสองครั้งให้สัตยาบันสองครั้ง ต่อสู้ทั้งในบะดัรฺและฮุนัยนฺ ไม่เคยบิดเบือนต่ออัลลอฮฺ แม้แต่ในชั่วพริบตา

ข้าคือ บุตรของผู้ทรงธรรมในหมู่บรรดาผู้ศรัทธาและทายาทของบรรดานบี ศัตรูของผู้ทรยศ หัวหน้าของมวลมุสลิม เป็นรัศมีของบรรดานักสู้เป็นเครื่องประดับแห่งปวงบ่าวผู้ภักดี เป็นมงกุฎของคนหลั่งน้ำตาเพื่อพระผู้เป็นเจ้า เป็นคนมีความขันติอดทนเป็นเลิศ เป็นผู้ที่ดำรงนมาซที่ประเสริฐที่สุดในบรรดาวงศ์วานของยาซีนศาสนทูตของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

ข้าคือ บุตรของผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากญิบรออี เป็นผู้ได้รับการช่วยเหลือจากมีกาอีล

ข้าคือ บุตรของคนที่ปกป้องเกียรติภูมิของมวลมุสลิม ผู้พิฆาตคนทรยศและตระบัดสัตย์และต่อสู้กับศัตรูทุกคน อีกทั้งเป็นผู้ยังความภูมิใจในบรรดาชาวกุเรชทั้งมวลเมื่อย่างไปที่ใด เป็นคนแรกที่ยอมรับและให้การตอบสนองข้อเรียกร้องของอัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ ท่ามกลางบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย เป็นผู้บำเพ็ญคุณธรรมล้ำหน้าคนทั้งปวง เป็นผู้ทำลายบรรดาคนที่ขัดขวางสัจธรรม ผู้ทำลายล้างพวกตั้งภาคี และร่วมในการขว้างบรรดาผู้กลับกลอกต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) เป็นผู้มีวาจาที่ให้วิทยปัญญาแก่ปวงบ่างของพระผู้เป็นเจ้า และเป็นผู้ช่วยส่งเสริมศาสนาของพระผู้เป็นเจ้า

เป็นผู้รับมอบหมายในการทำงานของอัลลอฮฺ(ซ.บ.) เป็นผู้มีลิ้นอันคงไว้ซึ่งปัญญาญาณของอัลลอฮฺ ( ซ.บ.) และคลังแห่งวิชาความรู้ของพระองค์ เป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี เป็นผู้มีไหวพริบอันชาญฉลาด เป็นผู้ให้การอุปการะคุณอย่างชื่นชมยินดี เป็นผู้อดทนต่อความทุกข์ยาก เป็นผู้ขัดเกลาจิตใจของหมู่คณะเป็นผู้ทำลายการรวมตัวของก๊กต่างๆ เป็นผู้ผูกพันคนทั้งหลายด้วยการให้ความช่วยเหลือและยืนยันในเรื่องของสวรรค์ และมอบเกียรติยศให้แก่คนเหล่านั้น เป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในการออกรบในสมรภูมิ เขาคือบิดาแห่งทายาทสองคนอันได้แก่ ฮะซันและฮุเซน และนี่ก็คืออฺะลีบินอะบีฏอลิบ ปู่ของข้าเอง….. ”

“ ข้าคือ บุตรของฟาฏิมะฮฺ อัซ์-ซะฮฺรออ์

ข้าคือ บุตรของประมุขแห่งมวลสตรี…. ” ไม่ว่าครั้งใด ที่ท่าน(อฺ)กล่าวคำว่า ข้าคือ…..ข้าคือ…..ประชาชนเป็นต้องร้องห่มร้องไห้ระงมกันไปหมด

ยะซีดเกรงว่าจะเกิดความยุ่งยากจึงสั่งให้มุอัซฺซิน(ทำหน้าที่ประกาศเวลานมาซ) ลุกขึ้นประกาศว่า “ อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮฺอักบัร ” ท่านอิมามอฺะลี(อฺ) กล่าวว่า“ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าอัลลอฮฺ ”

ครั้นพอเขากล่าวว่า “ อัชฮะดุอัน ลาอิลาฮะ อิ้ลอัลลอฮฺ (ข้อขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ)

ท่านอิมามอฺะลี บินฮุเซน(อฺ) ก็กล่าวตอบว่า “ เส้นผมและร่างกาย ตลอดทั้งเลือดและเนื้อของข้า ปฏิญาณอยู่แล้ว ”

ครั้นมุอัซฺซินกล่าวว่า “ อัชฮะดุอันนะ มุฮัมมะดัร ร่อซูลุลลอฮฺ (ข้าขอปฏิญาณว่า มุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ) ”

ท่านอิมามอฺะลี(อฺ)ก็เหลียวมามองทางยะซีดที่นั่งอยู่บนแท่น แล้วกล่าวว่า

“ มุฮัมมัดคนนั้น เป็นทวดของข้าหรือทวดของเจ้า ? ถ้าเจ้ากล่าวว่าเป็นทวดของเจ้าก็เท่ากับเจ้าบิดเบือนความจริง และมีมิจฉาทิฐิ แต่ถ้าหากเจ้าบอกว่า เป็นทวดของข้า แล้วทำไมเจ้าถึงได้สังหารเชื้อสายของเขา ?”

ยะซีดกลัวว่าจะมีการปฏิวัติขึ้นในซีเรียจึงได้สั่งให้ส่งเชลยกลับไปยังมะดีนะฮฺเป็นการด่วน บรรดามุสลิมต่างรู้สึกเสียใจกับท่าที การปฏิบัติตัวของยะซีดที่มีต่อท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) และต่อความอยุติธรรมของยะซีดที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ตัวบทคุตบะห์ ภาษาอาหรับ :

أَیُّهَا النَّاسُ أُعْطِینَا سِتّاً وَ فُضِّلْنَا بِسَبْعٍ أُعْطِینَا الْعِلْمَ وَ الْحِلْمَ وَ السَّمَاحَةَ وَ الْفَصَاحَةَ وَ الشَّجَاعَةَ وَ الْمَحَبَّةَ فِی قُلُوبِ الْمُؤْمِنِینَ وَ فُضِّلْنَا بِأَنَّ مِنَّا النَّبِیَّ الْمُخْتَارَ مُحَمَّداً وَ مِنَّا الصِّدِّیقُ وَ مِنَّا الطَّیَّارُ وَ مِنَّا أَسَدُ اللَّهِ وَ أَسَدُ رَسُولِهِ وَ مِنَّا سِبْطَا هَذِهِ الْأُمَّةِ مَنْ عَرَفَنِی فَقَدْ عَرَفَنِی وَ مَنْ لَمْ یَعْرِفْنِی أَنْبَأْتُهُ بِحَسَبِی وَ نَسَبِی.

أَیُّهَا النَّاسُ أَنَا ابْنُ مَکَّةَ وَ مِنَی أَنَا ابْنُ زَمْزَمَ وَ الصَّفَا أَنَا ابْنُ مَنْ حَمَلَ الرُّکْنَ بِأَطْرَافِ الرِّدَا أَنَا ابْنُ خَیْرِ مَنِ ائْتَزَرَ وَ ارْتَدَی أَنَا ابْنُ خَیْرِ مَنِ انْتَعَلَ وَ احْتَفَی أَنَا ابْنُ خَیْرِ مَنْ طَافَ وَ سَعَی أَنَا ابْنُ خَیْرِ مَنْ حَجَّ وَ لَبَّی أَنَا ابْنُ مَنْ حُمِلَ عَلَی الْبُرَاقِ فِی الْهَوَاءِ أَنَا ابْنُ مَنْ أُسْرِیَ بِهِ مِنَ الْمَسْجِدِ الْحَرامِ إِلَی الْمَسْجِدِ الْأَقْصَی أَنَا ابْنُ مَنْ بَلَغَ بِهِ جَبْرَئِیلُ إِلَی سِدْرَةِ الْمُنْتَهَی أَنَا ابْنُ مَنْ دَنا فَتَدَلَّی فَکانَ قابَ قَوْسَیْنِ أَوْ أَدْنی أَنَا ابْنُ مَنْ صَلَّی بِمَلَائِکَةِ السَّمَاءِ أَنَا ابْنُ مَنْ أَوْحَی إِلَیْهِ الْجَلِیلُ مَا أَوْحَی أَنَا ابْنُ مُحَمَّدٍ الْمُصْطَفَی أَنَا ابْنُ عَلِیٍّ الْمُرْتَضَی أَنَا ابْنُ مَنْ ضَرَبَ خَرَاطِیمَ الْخَلْقِ حَتَّی قَالُوا لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ.

أَنَا ابْنُ مَنْ ضَرَبَ بَیْنَ یَدَیْ رَسُولِ اللَّهِ بِسَیْفَیْنِ وَ طَعَنَ بِرُمْحَیْنِ وَ هَاجَرَ الْهِجْرَتَیْنِ وَ بَایَعَ الْبَیْعَتَیْنِ وَ قَاتَلَ بِبَدْرٍ وَ حُنَیْنٍ وَ لَمْ یَکْفُرْ بِاللَّهِ طَرْفَةَ عَیْنٍ أَنَا ابْنُ صَالِحِ الْمُؤْمِنِینَ وَ وَارِثِ النَّبِیِّینَ وَ قَامِعِ الْمُلْحِدِینَ وَ یَعْسُوبِ الْمُسْلِمِینَ وَ نُورِ الْمُجَاهِدِینَ وَ زَیْنِ الْعَابِدِینَ وَ تَاجِ الْبَکَّائِینَ وَ أَصْبَرِ الصَّابِرِینَ وَ أَفْضَلِ الْقَائِمِینَ مِنْ آلِ یَاسِینَ رَسُولِ رَبِّ الْعَالَمِینَ أَنَا ابْنُ الْمُؤَیَّدِ بِجَبْرَئِیلَ الْمَنْصُورِ بِمِیکَائِیلَ أَنَا ابْنُ الْمُحَامِی عَنْ حَرَمِ الْمُسْلِمِینَ وَ قَاتِلِ الْمَارِقِینَ وَ النَّاکِثِینَ وَ الْقَاسِطِینَ وَ الْمُجَاهِدِ أَعْدَاءَهُ النَّاصِبِینَ وَ أَفْخَرِ مَنْ مَشَی مِنْ قُرَیْشٍ أَجْمَعِینَ وَ أَوَّلِ مَنْ أَجَابَ وَ اسْتَجَابَ لِلَّهِ وَ لِرَسُولِهِ مِنَ الْمُؤْمِنِینَ وَ أَوَّلِ السَّابِقِینَ وَ قَاصِمِ الْمُعْتَدِینَ وَ مُبِیدِ الْمُشْرِکِینَ وَ سَهْمٍ مِنْ مَرَامِی اللَّهِ عَلَی الْمُنَافِقِینَ وَ لِسَانِ حِکْمَةِ الْعَابِدِینَ وَ نَاصِرِ دِینِ اللَّهِ وَ وَلِیِّ أَمْرِ اللَّهِ وَ بُسْتَانِ حِکْمَةِ اللَّهِ وَ عَیْبَةِ عِلْمِهِ.

سَمِحٌ سَخِیٌّ بَهِیٌّ بُهْلُولٌ زَکِیٌّ أَبْطَحِیٌّ رَضِیٌّ مِقْدَامٌ هُمَامٌ صَابِرٌ صَوَّامٌ مُهَذَّبٌ قَوَّامٌ قَاطِعُ الْأَصْلَابِ وَ مُفَرِّقُ الْأَحْزَابِ أَرْبَطُهُمْ عِنَاناً وَ أَثْبَتُهُمْ جَنَاناً وَ أَمْضَاهُمْ عَزِیمَةً وَ أَشَدُّهُمْ شَکِیمَةً أَسَدٌ بَاسِلٌ یَطْحَنُهُمْ فِی الْحُرُوبِ إِذَا ازْدَلَفَتِ الْأَسِنَّةُ وَ قَرُبَتِ الْأَعِنَّةُ طَحْنَ الرَّحَی وَ یَذْرُوهُمْ فِیهَا ذَرْوَ الرِّیحِ الْهَشِیمَ لَیْثُ الْحِجَازِ وَ کَبْشُ الْعِرَاقِ مَکِّیٌّ مَدَنِیٌّ خَیْفِیٌّ عَقَبِیٌّ بَدْرِیٌّ أُحُدِیٌّ شَجَرِیٌّ مُهَاجِرِیٌّ مِنَ الْعَرَبِ سَیِّدُهَا وَ مِنَ الْوَغَی لَیْثُهَا وَارِثُ الْمَشْعَرَیْنِ وَ أَبُو السِّبْطَیْنِ الْحَسَنِ وَ الْحُسَیْنِ ذَاکَ جَدِّی عَلِیُّ بْنُ أَبِی طَالِبٍ ثُمَّ قَالَ أَنَا ابْنُ فَاطِمَةَ الزَّهْرَاءِ أَنَا ابْنُ سَیِّدَةِ النِّسَاءِ.