“ อาชูรอ และ อัรบาอีน” สัญลักษณ์แห่งการเดินทางที่เป็นอมตะ!!!

เตรียมพร้อมสู่อัรบาอีน....การเดินทางที่แสนยาวไกลจากอาชูรอสู่อัรบาอีน....หัวใจทุกดวงกำลังมุ่งสู่กัรบาลา..... การเดินทางที่เชื่อมหัวใจของทุกผู้คนไว้ด้วยกัน

500

“ อาชูรอ และ อัรบาอีน” คือสัญลักษณ์แห่งการเดินทางที่เป็นอมตะ!!!

 เตรียมพร้อมสู่อัรบาอีน….การเดินทางที่แสนยาวไกลจากอาชูรอสู่อัรบาอีน….หัวใจทุกดวงกำลังมุ่งสู่กัรบาลา….. การเดินทางที่เชื่อมหัวใจของทุกผู้คนไว้ด้วยกัน

หลายผู้คนในประวัติศาสตร์ออกเดินทางด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เพื่อการท่องเที่ยว  เพื่อการค้า  เพื่อการปฏิสัมพันธ์กันในสังคม  เพื่อการขยายอำนาจและผลโยชน์   แต่ไม่มีการเดินทางครั้งใด ที่เป็นการเดินทางที่ร้อยเรียงหัวใจทุกดวงไว้ด้วยกัน  เฉกเช่นเดียวกับการเดินทางไปสู่แผ่นดินกัรบาลาของเหล่าบรรดาลูกหลานศาสดาและเหล่าผู้ศรัทธา   ไม่มีการเดินทางใดที่จะสร้างความสั่นไหวให้กับหัวใจของเราได้เท่ากับการเดินของบรรดาเชลยหลังโศกนาฏกรรมบนแผ่นดินกัรบาลา  เพราะเป็นการเดินทางที่ทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ  ภายหลังจากได้พบกับเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมเลวร้าย  เมื่อครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน   เหล่าชายฉกรรจ์ผู้ที่เป็นทั้งพ่อ ลูกชาย หลานชาย พี่ชาย น้องชาย ถูกสังหารไปต่อหน้าต่อตา   ร่างที่ไร้ศีรษะของบรรดาชะฮีดถูกทิ้งไว้บนท้องทะเลทรายที่ร้อนระอุ บรรดาผู้รอดชีวิตที่เหลือต้องตกเป็นเชลย ถูกพันธนาการ ถูกเฆี่ยนตี ตลอดการเดินทาง ซ้ำร้ายยังต้องเดินทางพร้อมกับศีรษะของบุคคลอันเป็นที่รักที่ถูกเสียบประจานอยู่บนปลายหอก  โดยเหล่าบรรดาเชลยยังมิรู้ว่าจะถูกพาไป ณ.ที่แห่งใด

แต่เมื่อการเดินทางนั้นเต็มไปด้วยเป้าหมายทางจิตวิญญาณ เป้าหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการนำพามวลมนุษยชาติไปสู่ความผาสุกแท้จริง บรรดาผู้คนที่ร่วมขบวนการเดินทางในครั้งนั้น ไม่ว่าจะเสียชีวิตไปในวันอาชูรอ  หรือรอดชีวิตจากการสังหารหมู่  ล้วนมีชีวิตที่เป็นแบบอย่างในการเดินทางของชนรุ่นหลังแทบทั้งสิ้น  เมื่อการเดินทางนั้นมิได้มุ่งในเรื่องส่วนตัว การเดินทางนั้นจึงยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า และเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอีกมากมายบนหน้าแผ่นดิน  ในทุกๆปีจากเดินทางมุ่งสู่กัรบาลาของผู้คนทั่วโลกเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงหาใช่เพียงแค่การเดินทางทางเท้าเพียงเท่านั้น หากแต่ยังแฝงไปด้วยการเดินทางทางจิตวิญญาณ  เป็นการเดินทางที่เชื่อมหัวใจของเราไปยังเป้าหมายและอุดมการณ์ของอิมามฮุเซน เป็นการเดินทางที่สานต่อเจตนารมณ์ของอิมามที่ต้องการจะปกปักษ์รักษาศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์ตามแนวทางของท่านศาสดาไว้

ในช่วงชีวิตหนึ่งของมนุษย์ล้วนมีการเดินทางอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่การเดินทางจากความเป็นทารก สู่วัยเยาว์ การจากเดินจากวัยเยาว์สู่วัยรุ่น – วัยทำงาน – และวัยชรา  แต่กระนั้นแล้วการเดินทางก็ยังมิได้สิ้นสุดลง  ยังมีการเดินทางจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า   เดินทางกลับไปยังอัลลอฮ์ผู้ที่สร้างเราขึ้นมา   ในทุกๆการเดินทางต้องมีการเตรียมตัว  มีการเตรียมความพร้อม  การมีชีวิตอยู่ในโลกดุนยานี้ก็เช่นเดียวกัน  ที่เป็นเสมือนเวทีแห่งการเตรียมความพร้อม  คือจุดพักเพื่อการสะสมเสบียงในการออกเดินทางไปสู่โลกหน้า และด้วยคุณูปการสายธารแห่งอะลุลบัยต์  ทำให้เส้นทางที่เรากำลังจะเดินทางไปเต็มไปด้วยแสงสว่าง   แนวทางของบรรดาอะลุลบัยต์ที่สืบทอดต่อมาจากท่านศาสดา  เป็นแนวทางที่ทำให้เราไม่หลงทางแม้จะอยู่ในช่วงเวลาแห่งความมืดมน แนวทางของบรรดาอะลุลบัยต์คือเปรียบเสมือนเข็มทิศ และเป็นเสมือนมาตรวัดว่าการเตรียมเสบียงของเราในวันนี้พร้อมสำหรับการเดินทางไปสู่โลกหน้าแค่ไหน  และเป้าหมายในการเดินทางของเรายังมั่นคงอยู่เช่นเดิมหรือไม่  หากเป้าหมายชัด วัตถุประสงค์ชัด แม้ระหว่างทางจะมีสิ่งใดก็ตามเข้ามากระทบ หรือพบกับอุปสรรค อย่างไรเสียเราก็ไม่หลงทาง

“ อาชูรอ และ อัรบาอีน คือสัญลักษณ์แห่งการเดินทางที่เป็นอมตะ  คือการเดินทางบนเส้นทางสัจธรรมไปสู่โลกหน้าอย่างเที่ยงตรง ชัดเจน  เมื่อชีวิตบนโลกนี้คือบททดสอบ  หลายคนเดินทางถึงเป้าหมาย ในขณะที่อีกหลายคนร่วงหล่นอยู่ข้างทาง  หากเราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น อาชูรอ และอัรบาอีน  ก็คือการเดินทางที่เชื่อมหัวใจของผู้คนไปสู่จุดเดียวกัน นั่นคือ ความใกล้ชิดยังพระองค์ “

Cr : จิตรา อินทร์เพ็ญ