บทบาทของสตรีในขบวนการอาชูรอ

ความสำคัญที่ท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) ได้ให้สตรีร่วมอยู่ในขบวนการและสนามแห่งอาชูรอ เพื่อสร้างแบบอย่างทีมีความเหมาะสมสำหรับบรรดาเหล่าผู้นำ และการต่อสู้ของเหล่าสตรีบนโลกนี้

443

ความสำคัญที่ท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) ได้ให้สตรีร่วมอยู่ในขบวนการและสนามแห่งอาชูรอ เพื่อสร้างแบบอย่างทีมีความเหมาะสมสำหรับบรรดาเหล่าผู้นำ และการต่อสู้ของเหล่าสตรีบนโลกนี้ ดังนั้น จะขอวิเคราะห์วิสัยทัศน์ดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีงามแก่ท่านผู้อ่าน

  1. บทบาทของสตรีในการสนับสนุนและช่วยเหลือเหล่าทหาร

ประเด็นดังกล่าวขอหยิบยกตัวอย่างสักสองสามตัวอย่าง กล่าวคือ

1.1 เมื่อซุเฮร มิได้ตอบรับคำเชิญชวนของท่านอิมาม (อ.) ภรรยาของเขาแสดงความไม่พอใจและกล่าวแก่เขาว่า มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ บุตรของท่านศาสดาต้องการเจ้า แต่เจ้ากับตอบปฏิเสธเจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร

คำพูดของสตรีคนนั้นเป็นสาเหตุทำให้ซุเฮรต้องเดินทางไปพบท่านอิมาม (อ.) เพื่อเข้าร่วมกองคาราวานกับท่าน จนในที่สุดเขาได้รับชะฮีดอย่างสมถานะ

1.2 สตรีที่สามีได้ชะฮีดในกัรบะลาอฺ แต่นางได้สั่งเสียบุตรของนางว่าจงออกไปร่วมรบกับบุตรของท่านศาสดาเถิด และเมือบุตรชายของนางต้องการออกไปสู่สนามรบ นางกล่าวว่า โอ้ ลูกรักเจ้าจงเอาความแข็งแรงของเจ้าปกป้องและช่วยเหลือลูกหลานท่านศาสดาเถิด

  1. บทบาทของสตรีในการสู้รบและการโจมตีศัตรู

สตรีบางท่านในวันอาชูรอได้แสดงบทบาทสำคัญไว้มากมาย ซึ่งจะขอหยิบยกบางประเด็นเหล่านั้น ดังนี้

2.1 สตรีคนหนึ่งที่อยู่ในกัรบะลาอฺ เมื่อบุตรชายของนางได้ต่อสู้จนชะฮีด นางได้กล่าวชื่นชมบุตรของนางว่า ยอดเยี่ยมที่สุดลูกรัก และนางได้หยิบศีรษะของบุตรชายที่ถูกตัดขาดขว้างใส่ศัตรู อีกทั้งนางได้ถอนเสาที่ค้ำค่ายที่พักเพื่อมุ่งโจมตีศัตรู

2.2 มารดาของวะฮับ สตรีท่านหนึ่งที่ถอนเสาค้ำยันค่ายที่พัก เพื่อจะออกไปช่วยสามีร่วมต่อสู้กับศัตรู แต่ท่านอิมาม (อ.) ได้กีดขวางนางไว้ เนื่องจากว่าการสู้รบมิได้เป็นข้อบังคับ (วาญิบ) สำหรับสตรี

  1. บทบาทของท่านหญิงซัยนับ (อ.) ในการดูแลเด็กๆ

ท่านหญิงซัยนับ (อ.) น้องสาวของท่านอิมาม (อ.) มีบทบาทสำคัญในการยืนหยัดต่อสู้ในวันอาชูรอ ซึ่งหนึ่งในบทบาทของนางคือ การเป็นผู้นำกองคาราวานและปกป้องรักษาชีวิตของสหายที่ยังมีชีวิตอยู่

3.1 ท่านหญิงซัยนับ (อ.) ได้ปกป้องดูแลชีวิตของบรรดาเด็กๆ และนางเป็นผู้นำเด็กออกไปจากสนามรบ (ดังเช่นที่นางได้พยายามนำเอาอับดุลลอฮฺออกไปจากสนามรบ)

3.2 ท่านหญิงซัยนับ (อ.) เป็นผู้แบกรับความทุกข์ระทมทั้งหมด และต้องเป็นมารดาของเหล่าเชลยทั้งหมด หลังจากได้ถูกจับเป็นเชลย

  1. การส่งสาส์นอาชูรอแก่ประชาโลก

สตรีที่อยู่ในวันอาชูรอและได้อยู่ร่วมในสถานภาพต่างๆ หลังจากนั้น พวกนางได้นำเอาสารแห่งความโศกสลดนี้ส่งไปยังประชาโลกทั้งหลาย ดังเช่น

4.1 ในห้องประชุมของอิบนุซิยาด เมื่อเขาได้ถามท่านหญิงว่า เจ้าเห็นเป็นอย่างไรหรือ การที่อัลลอฮฺได้สังหารพี่ชายของเจ้า ท่านหญิงได้ตอบเขาอย่างเจ็บปวดว่า ข้ามิได้มองเห็นสิ่งใด นอกจากความสวยงาม

4.2 ท่านหญิงซัยนับ (อ.) ได้กล่าวสุนทรพจน์ในเมืองกูฟะฮฺ โดยกล่าวแนะนำอิมามฮุซัยนฺ (อ.) แก่ชาวเมือง

4.3 ตามรายงานกล่าวว่า อุมมิกุลซูม ก็ได้กล่าวสุนทรพจน์ในเมืองกูฟะฮฺด้วยเช่นกัน

4.4 บางรายงานกล่าวว่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ก็ได้กล่าวสุนทรพจน์เช่นกัน

สรุปได้ว่า สุนทรพจน์ของเหล่าสตรีเหล่านี้ มีอิทธิต่อชาวเมืองอย่างมาก พวกเขาแสดงความเสียใจและหลั่งน้ำตาออกมา

4.5 ท่านหญิงซัยนับ (อ.) ตอบคำถามของยะซีด ณ ห้องประชุมเมืองชามด้วยความกล้าหาญองอาจ และเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง ท่านกล่าวแนะนำตัวเองว่าข้าคือ บุตรีของเราะซูล (ซ็อล ฯ)  แต่บัดนั้นข้าได้ถูกยะซีดกลั่นแกล้งและรังแกอย่างหนัก

  1. ขัดแย้งต่อการกระทำผิดของสามี

กันดียฺ ได้ปล้นสะดมเสื้อมาจากท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) และกำลังซักเลือดจากเสื้อตัวนั้น ขณะที่ภรรยาของเขาเป็นผู้ศรัทธาที่เชื่อฟังปฏิบัติตามท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) นางเห็นการกระทำเช่นนั้น นางจึงได้โต้ตอบสามีอย่างรุนแรงว่า เจ้าขโมยเสื้อตัวนี้มาจากบุตรชายของฟาฏิมะฮฺ แล้วมิหนำซ้ำยังได้นำเข้ามาในบ้านของข้าอีก

นางได้ไล่สามีออกไปจากบ้านและสาปแช่งเขา ต่อมาสามีของนางได้ตกอยู่ในสภาพของคนที่ยากไร้ มีแต่ความทุกข์ทรมาน และดำเนินชีวิตไปได้ด้วยความเจ็บปวด