ฮะดิษ กิซาอฺ ความลับแห่งการสร้างสรรค์จักรวาล

โอ้บรรดามวลมะลาอิกัตเอ๋ย ! แท้จริงแล้ว ฉันไม่ได้สร้างชั้นฟ้าให้มั่นคงอยู่ ไม่ได้สร้างแผ่นดินให้แผ่ขยาย ไม่ได้สร้างดวงจันทร์ให้เปล่งแสงนวล ไม่ได้สร้างดวงอาทิตย์ให้รัศมีนั้นทอแสงเจิดจรัส ไม่ได้สร้างจักรวาลให้โคจร ไม่ได้สร้างทะเลให้ไหลเวียน ไม่ได้ดลให้นาวาล่องอยู่ในทะเลนอกเสียจากว่าเพื่อความรักแก่บุคคลทั้งห้าซึ่งพวกเขาอยู่ภายใต้ผ้าคลุมนั้น

569

ฮะดิษ กิซาอฺ  ความลับแห่งการสร้างสรรค์จักรวาล

(บรรยายโดย  ฮุจญตุลอิสลาม วัลมุสลีมีน ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี  – สถานที่ มัสยิดรุฮุลลอฮ์  –  20 ญะมะดิอุษษานี 1442 (3/2/2564) )

เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกคนคุ้นเคยกับฮะดิษกิซาอฺ เมื่อถึงตอนที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ศ็อลฯ) อิมามอะลี(อ) ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ(สลามุลลอฮฯ)  อิมามฮะซัน(อ) และ อิมามฮูเซน(อ)ได้เข้าไปอยู่ใต้ผ้าคลุมครบทุกคนแล้ว และในขณะนั้น ชาวฟากฟ้าก็ได้คุยเรื่องคนอยู่ใต้ผ้าคลุมนี้เช่นกัน โดย อัลลอฮ์(ซบ) ผู้ทรงเกรียงไกรได้ตรัสกับ บรรดามะลาอิกะฮ์ทั้งหลาย ความว่า

يَا مَلآئِكَتِى وَيَا سُكَّانَ سَمَاوَاتِى إِنِّى مَا خَلَقْتُ سَمَآءً مَّبْنِيَّةً وَّلا أَرْضاً مَّدْحِيَّةً وَّلا قَمَراً مُّنِيراً وَّلا شَمْساً مُّضِيئَةً وَّلا فَلَكاً يَّدُوْرُ وَلا بَحْراً يَّجْرِى وَلا فُلْكاً يَّسْرِى إِلا فِى مَحَبَّةِ هَؤُلاءِ الْخَمْسَةِ الَّذِيْنَ هُمْ تَحْتَ الْكِسَآءِ

“يَا مَلآئِكَتِى وَيَا سُكَّانَ سَمَاوَاتِى إِنِّى مَا خَلَقْتُ سَمَآءً مَّبْنِيَّةً”

โอ้บรรดามวลมะลาอิกัตเอ๋ย ! แท้จริงแล้ว ฉันไม่ได้สร้างชั้นฟ้าให้มั่นคงอยู่  ไม่ได้สร้างแผ่นดินให้แผ่ขยาย ไม่ได้สร้างดวงจันทร์ให้เปล่งแสงนวล ไม่ได้สร้างดวงอาทิตย์ให้รัศมีนั้นทอแสงเจิดจรัส ไม่ได้สร้างจักรวาลให้โคจร   ไม่ได้สร้างทะเลให้ไหลเวียน  ไม่ได้ดลให้นาวาล่องอยู่ในทะเลนอกเสียจากว่าเพื่อความรักแก่บุคคลทั้งห้าซึ่งพวกเขาอยู่ภายใต้ผ้าคลุมนั้น

คำอธิบาย : ฉันไม่ได้สร้างชั้นฟ้าให้มั่นคงอยู่ และไม่ได้สร้างแผ่นดินให้แผ่ขยาย คือ ไม่ได้สร้างแผ่นฟ้าให้สูงส่งมั่นคง และไม่ได้สร้างแผ่นดินแผ่ขยายไปสุดโลก สุดขอบฟ้า และไม่ได้สร้างดวงจันทร์ให้เปล่งแสงนวล (ผมขอให้ความหมายว่า แสงจันทร์นวลผ่อง) และไม่ได้สร้างดวงอาทิตย์ให้รัศมีนั้นทอแสงเจิดจรัส และไม่ได้สร้างจักรวาลให้โคจร และไม่ได้สร้างทะเลให้ไหลเวียน  ไม่ได้ดลให้นาวาล่องอยู่ในทะเล ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นการอธิบายให้เข้าใจง่าย ไม่ได้จะอรรถาธิบายทั้งหมดหรอก เพียงแต่จะนำเสนอหัวใจหลัก เรื่องใหญ่ที่สำคัญมาก กล่าวคือ ทั้งชั้นฟ้า แผ่นดิน ดวงอาทิตย์ ภูเขา ทั้งหมดที่อัลลอฮ์(ซบ) สร้างมานั้น คือ  “นอกเสียจากว่าเพื่อความรักแก่บุคคลทั้งห้าซึ่งพวกเขาอยู่ภายใต้ผ้าคลุมนั้น”

ทั้งหมด เพียงยกตัวอย่าง 4-5 อย่างเท่านั้น เช่น แผ่นฟ้า แผ่นดิน ดวงเดือน ดวงอาทิตย์ ภูเขา ซึ่งหากจะกล่าวโดยสรุป ทั้งหมดที่ อัลลอฮ(ซบ.) สร้างมานั้น เพราะความรักของฉันที่มีอยู่ กับ 5 ท่าน ที่อยู่ใต้ผ้าคลุม โดยที่มะลาอิกัตยังไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน อย่างไร ใครอยู่ใต้ผ้าคลุม

เป้าหมายจะชี้ว่า อัลลอฮ(ซบ) ต้องการจะเปิดเผยผ้าคลุม โดยยกตัวอย่าง กล่าวคือ ทุกสรรพสิ่ง ทุกสร้างขึ้นมาทั้งหมด ซึ่งจริงๆแล้วพระองค์ ต้องการจะบอกว่า ทุกสรรพสิ่งที่ฉันสร้างมานั้นเพราะความรักของฉันที่มีให้กับ 5 ท่านที่อยู่ใต้ผ้าคลุม

ทว่าในประโยคข้างต้น มะลาอิกัตยังไม่รู้ว่าใครอยู่ใต้ผ้าคลุม

“فَقَالَ الأَمِينُ جِبْرَآئِيْلُ: يَا رَبِّ وَمَن تَحْتَ الْكِسَآءِ”

หัวหน้ามะลาอิกัต นามว่า  “อามีนญิบรออีล” ได้ถามว่า โอ้ผู้อภิบาลของฉัน ใครกันเล่า ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมกิซาอฺ ?

เรามาพิจารณากันว่า ใครกัน ? ยิ่งใหญ่ถึงขนาดมะลาอิกัตต้องถามว่า “ที่อัลลอฮ(ซบ) ตรัสว่า พระองค์สร้างมาทั้งหมดนี้ เพราะความรักที่พระองค์มีต่อบุคคล 5 คน ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมนี้ ดังนั้น เมื่อ “อามีนญิบรออีล” ถามว่า โอ้ผู้อภิบาลของฉัน ใครกันเล่าผู้ที่อยู่ใตผ้าคลุม ?

อัลลอฮ์(ซบ) ทรงตรัส

فَقَالَ عَزَّ وَجَلَّ: هُمْ أَهْلُ بَيْتِ النُّبُوَّةِ وَمَعْدِنُ الرِّسَالَةِ، هُمْ فَاطِمَةُ وَأَبُوهَا وَبَعْلُهَا وَبَنُوْهَا

فَقَالَ جِبْرَآئِيْلُ: يَا رَبِّ أَتَأْذَنُ لِى أَنْ أَهْبِطَ إِلَى الأَرْضِ لأَكُوْنَ مَعَهُمْ سَادِساً

فَقَالَ عَزَّ وَجَلَّ

พระผู้ทรงยิ่งใหญ่  (ฟากอลา อัซซา วาญัล))พระผู้ทรงเกรียงไกรก็ได้ตรัสว่า !พวกเขา 5 ท่าน นั้นคือ อะฮฺลุลเบต อะฮ์ลุลบัยติลนะบูวัต แห่งนะบูวัต แห่งศาสดา  พวกเขาเป็นศูนย์กลางแห่งการเผยแผ่ หรือแหล่งที่ลงของสาส์นต่างๆทั้งหมดของฉันนั้น ลงมายังพวกเขา

ใครคืออะฮ์ลุลบัยติลนะบูวัต ?

อัลลอฮ(ซบ) จึงตรัสต่อ ความว่า

“هُمْ فَاطِمَةُ وَأَبُوهَا وَبَعْلُهَا وَبَنُوْهَا”

คำอธิบาย :    (ฮุมฟาฏิมะฮ์) (ผมขออธิบายพอสังเขปเพราะต้องบรรยายประเด็นอื่นๆร่วมด้วย อินชาอัลลอฮ์) ซึ่งแปลภาษาไทย ได้ความหมายว่า “ พวกเขาคือฟาฏิมะฮ์”

ทีนี้ เรามาดูกัน คำว่า พวกเขาเหล่านั้น หมายถึงใครบ้าง ตอนแรกว่า จะไม่เจาะจงแล้ว มาถึงตรงนี้ คงต้องเจาะจงสักเล็กน้อย ดังนั้น เมื่อคำถามว่า “พวกเขาคือใคร” ในคำว่า “ฮุม” นี้ มีใครบ้าง

“ฮุมนี้” มีตั้งแต่ท่านนบี  อาลี(อ) ฮะซัน(อ) ฮูเซน (อ) ดังนั้น เพื่อจะชี้ว่า “ฮุมคือฟาฏิมะฮ์” และพวกเขาทั้งหมดคือฟาฏิมะฮ์   หลังจากนั้น จึงแยกอธิบาย คำว่า “وَأَبُوهَا”  เมื่อเอ่ยชื่อแล้ว ต้องลงรายละเอียดสักเล็กน้อยว่า วาอะบูฮา คือ พ่อของนาง แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อนบี ทว่าเป็นการเอ่ยชื่อฟาฏิมะฮ์ โดยใช้นบีพ่วงไปกับชื่อฟาฏิมะฮ์

ซึ่งถ้าพี่น้องเรียนภาษาอาหรับจะรู้ว่า ชื่อพ่วงกับชื่อจริงต่างกันอย่างไร (ตรงนี้ ผมไม่ขอเข้าไปในเนื้อหาประเด็นชื่อพ่วงกับชื่อจริงในภาษาอาหรับต่างกันอย่างไร)

เมื่ออัลลอฮ์(ซบ) ตรัสว่า ฮุมฟาฏิมะฮ เขาเหล่านั้นคือ ฟาฏิมะฮ วาอะบูฮา และพ่อของนาง คำต่อมา “وَبَعْلُهَا وَبَنُوْهَا” วะบะอฺลุฮา (และสามีของนาง) อิมามอะลี(อฺ) ก็พ่วงกับคำว่าฟาฎิมะฮ์ เป็นการอธิบายตามหลักภาษา  และหลักภาษาได้พ่วงวะบะนูฮา (และลูกๆของนาง) คือ อิมามฮะซัน(อ) และอิมามฮูเซน(อ) ก็ถูกพ่วงไปกับชื่อของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (สลามุลลอฮฯ) ซึ่งไม่แปลกเพราะทั้ง 2 ท่านเป็นลูก แต่ที่น่าฉงน คือ นบีมูฮัมหมัด(ศ็อลฯ)และอิมามอะลี(อ) ก็พ่วงกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ (อ)ไปด้วย

เห็นได้ชัดว่า บริบทข้างต้นเป็นวิธีการหนึ่งที่เอกองค์อัลลอฮ(ซบ.) ให้เกียรติกับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ (อ)

ประโยคต่อมา เมื่อญิบรออีลได้ยินดังนั้น

“فَقَالَ جِبْرَآئِيْلُ: يَا رَبِّ أَتَأْذَنُ لِى أَنْ أَهْبِطَ إِلَى الأَرْضِ لأَكُوْنَ مَعَهُمْ سَادِساً

คำอธิบาย : หัวหน้าญิบรออีล จึงกล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน พระองค์จะอนุญาตให้ฉันลงไปข้างล่าง ไปสู่พื้นดิน เพื่ออยู่กับพวกเขาเป็นคนที่หกได้ไหม อัลลอฮฺทรงตรัสว่า ได้ ฉันอนุญาตให้เจ้าลงไปได้ เรื่องก็ดำเนินต่อไป จนถึงการลงมาของ “อายะฮฺอัตตัฏฮีร” อายะฮฺที่ถูกประทานลงมารับรองความบริสุทธิ์ของ 5 ท่าน ที่อยู่ใต้ผ้าคลุม

قال رسول اللّه صلى الله علیه وآله وسلم :

أُنْزِلَتْ آیَةُ التطْهِیرِ فِیْ خَمْسَةٍ فِیَّ، وَفِیْ عَلیٍّ وَحَسَنٍ وَحُسَیْنٍ وَفاطِمَة.

(إسعاف الراغبین ص 116/ صحیح مسلم، كتاب فضائل الصحابة.)

โดยท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ได้กล่าวว่า “โองการอัตตัฏฮีรถูกประทานลงให้กับ  บุคคลทั้งห้า คือ ฉัน และอะลี ,ฮะซันกับฮุเซน และฟาฏิมะฮ์

นี่คือ แง่มุมความประเสริฐของท่านหญิงฟาตีมะห์(อ) ซึ่งถือเป็นวันถือกำเนิดของนาง มัคลูกที่เป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮ (ซบ.) อีกทั้งพระองค์ทรงยืนยันความรักของพระองค์ในหลายๆที่ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือในฮะดิษกีซาอฺ และในฮะดิษต่างๆที่ ท่านนบีได้ยืนยัน

ถอดความโดย อามีนิลลา บินติ ชัมซุดดีน