อิมามฮุเซน (อ) ในมุมมองของนักปราชญ์ ตอนที่ 4

74

อิมามฮุเซน (อ) ในมุมมองของนักปราชญ์ ตอนที่ 4

ดร.เค เชลเดรค  เขียนไว้ว่า “กลุ่มคนทั้งชายและหญิงที่สง่างามกลุ่มนั้นรู้ดีว่าศัตรูที่เผชิญอยู่โดยรอบ นั้นไม่สามารถที่จะเจรจาความด้วยได้ และไม่ใช่แค่พร้อมที่จะต่อสู้เท่านั้น แต่พร้อมที่จะฆ่าด้วย แม้ไม่ได้รับกระทั่งน้ำดื่มสำหรับเด็กๆ พวกเขาก็ยังคงปักหลักอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่แผดจ้าและผืนทรายที่ไหม้เกรียม ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครเสียกำลังใจแม้ชั่วขณะหนึ่ง ฮุเซนก้าวเดินไปพร้อมกับคณะเล็กๆ ของเขา ไม่ใช่เพื่อลาภยศสรรเสริญ ไม่ใช่เพื่ออำนาจความมั่งคั่ง แต่เพื่อการสละพลีขั้นสูงสุด และสมาชิกทุกคนเผชิญหน้ากับฝ่ายที่ยิ่งกว่าเป็นต่อโดยไม่สะทกสะท้านเลย”

ดร.ราธา คริชนาน เขียนไว้ว่า “ถึงแม้ว่าอิหม่ามฮุเซนจะสละชีวิตของท่านไปเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว แต่วิญญาณที่ไม่อาจทำลายได้ของท่านยังคงครอบครองหัวใจของผู้คนมาจนกระทั่ง ถึงทุกวันนี้”

โศกนาฏกรรมแห่งกัรบาลาเกิดขึ้นในปี ค.ศ.680 ที่ริมแม่น้ำยูเฟรติสในประเทศอิรัก แต่กัรบาลามีการอุทธรณ์สากลและจากสภาพความรุนแรงในปัจจุบัน มันยิ่งมีความสอดคล้องตรงกันมากกว่าที่เคยเป็น โศกนาฏกรรมแห่งกัรบาลาและเจตนารมณ์ในการต้านทานโดยไม่ใช้ความรุนแรงของมัน และการสละพลีขั้นสูงสุดนั้น ได้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนเช่น มหาตมะ คานธี และบัณฑิตเนห์รู

การเดินขบวนสัตยาเคราะห์เกลือของมหาตมะ คานธี ได้รับแรงบันดาลใจจากการต้านทานโดยไม่ใช้ความรุนแรงของอิหม่ามฮุเซนที่มีต่อ ยะสีด ทรราชย์ผู้กดขี่ คานธีได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของอิสลามและอิหม่ามฮุเซน อ. และแสดงความเห็นว่าอิสลามไม่ได้ถูกสืบทอดมาโดยการใช้ดาบ แต่โดยการเสียสละของบรรดานักบุญอย่างเช่นอิหม่ามฮุเซน อ.

มหาตมะ คานธี เขียนไว้ว่า “ผมมีความศรัทธาว่าความเจริญก้าวหน้าของศาสนาอิสลามไม่ได้อาศัยการใช้ดาบของ ผู้นับถือศาสนาเลย แต่เป็นผลมาจากการสละพลีขั้นสูงสุดของฮุเซน อ. นักบุญผู้ยิ่งใหญ่”