ท่านศาสดา(ศ)แจ้งข่าวดีต่อการเป็นชะฮีดของชาวคริสต์ในแนวทางของอิมามฮุเซ็น(อ)

117

ครั้นเมื่อยะซีดได้ยินชาวนัศรอนีกลาวประณามเขาแล้ว จึงได้สั่งกับข้ารับใช้ของมันว่า  “จงฆ่า นัศรอนี ผู้นี้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่นำเรื่องนี้ไปเปิดเผยให้คนในประเทศของเขาฟัง …. ชาวนัศรอนีกล่าวตอบว่า พึงรู้ว่เมื่อคืนฉันฝันเห็นท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)และแจ้งข่าวดีกับฉันว่า โอ้นัศรอนี  เจ้าจะเป็นชาวสวรรค์

 أَنْتَ مِنْ أَهْلِ الْجَنَّةِ

เมื่อทหารนำศีรษะของฮูเซน(อ) มาให้ยะซีด(ลน.)ในมัจญลิสสุรา ยะซีด(ลน.)ได้นำศีรษะอันบริสุทธิ์ของท่าน มาตั้งไว้ข้างตัว และดื่มเหล้าต่อหน้าศีรษะนี้

วันหนึ่งอุปทูตชาวโรมผู้มีเกียรติและมีชื่อเสียงท่านหนึ่งได้เข้าร่วมในมัจญลิซนี้ เขาได้ถามกับยะซีด(ลน.) ว่า…. “โอ้กษัตริย์แห่งอาหรับ นั่นศีรษะของใครกัน?   ยะซีด(ลน.) ถาม “เจ้ามีธุระอะไรกับศีรษะนี่  ??

ทูตจากโรมได้ตอบว่า “เมื่อ ฉันกลับไปหากษัตริย์ของเรา เขาจะถามฉันถึงสิ่งที่ฉันเห็น และฉันต้องการจะแจ้งข่าวแก่เขาถึงเรื่องศีรษะนี้, ให้ฉันได้รู้จักเจ้าของศรีษะนี้ ยะซีด(ลน.) จึงได้ตอบว่า “นี่คือศรีษะของฮูเซน บิน อาลี บิน อบีฏอลิบ “ ชาวโรมผู้นี้จึงถามต่อว่า “มารดาของเขาคือใครหรือ? ยะซีด ตอบกลับว่า ” ฟาติมะฮ (ซล) บุตรี มูฮัมมัด (ศ) “ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฑูตชาวโรม จึงได้แสดงความแปลกใจ และกล่าวว่า…. “วิบัติแด่เจ้าและ การยึดศาสนาของเจ้าแล้ว”ศาสนาของฉันยังดีกว่าของเจ้า เสียอีก บิดาของฉัน เป็นลูกหลานของดาวูด (อ) ซึ่งระหว่างฉันกับดาวูด (อ) มีความห่างไกลมากมายยิ่งนัก แต่ชาวมะซีฮีย์ กลับให้เกียรติฉัน ด้วยความสัมพันธ์อันนี้ และ พวกเขายังได้ หยิบดินที่ติดอยู่บนเท้าของฉันไปตะบัรรุกแต่เจ้า กลับสังหาร ลูกชายบุตรีศาสดา(ศ) ของตัวเอง ซึ่งระหว่าง มารดา กับศาสดาของเจ้า ไม่มีระยะห่างกันเลยเจ้านับถือศาสนาแบบไหนกัน!!?ครู่หนึ่ง ชาวโรมผู้นี้ จึงได้กล่าวต่อว่า โอ้ยะซีดเอ๋ย!! เจ้าเคยได้ยิน เรื่อง โบสถ์แห่งฮาฟิรไหม? ยะซีด(ลน.)ได้ตอบว่า… ” เจ้าเล่ามาซิ ข้าจะฟัง”จากนั้น ชาวโรมจึงได้เล่าเรื่อง กีบเท้าของลาตัวหนึ่ง ให้ยะซีดฟัง ว่า… ชาวมะซีฮีย์ มีความเชื่อว่า ศาสดาอีซา(อ) ได้นั่งอยู่บนหลังลาตัวหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ ชาวมะซีฮีย จึงได้ให้เกียรติกีบเท้าของลาตัวนี้

เวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง เขาได้กล่าวประณามยะซีด (ลน.) และกล่าวว่า นี้เป็นเพียงความเชื่อของชาวมะซีฮียเกี่ยวกับกีบเท้าลาของอีซา(อ)แต่เจ้า เจ้ากลับฆ่า!!! ลูกของบุตรีศาสดา(ศ)พระผู้เป็นเจ้า จะไม่ประทานความบะรอกัต ให้แก่เจ้า และจะไม่ทีทางยอมรับการนับถือศาสนาของเจ้าอย่างแน่นอน เมื่อได้ยินดังนั้น ยะซีด!!! จึงได้กล่าวกับข้ารับใช้ของมันว่า… “จงฆ่า นัศรอนี ผู้นี้ เพื่อที่เขาจะได้ ไม่นำเรื่องนี้ไปเปิดเผยให้คนในประเทศของเขาฟัง!!!

ชาวโรม ได้ถามว่า เจ้าจะฆ่าฉันงั้นหรือ?ยะซีดตอบ “ใช่!!” เขาจึงตอบกลับว่า “จงรู้ไว้เถิดว่า เมื่อคืนนี้ ฉันได้ฝันเห็นศาสดา(ศ)ของเจ้า โดยเขาได้กล่าวแก่ฉันว่า… ” เจ้าคือชาวสวรรค์”ฉันได้แปลกใจต่อ คำกล่าวของมูฮัมมัด (ศ) เป็นอย่างยิ่งทว่าในตอนนี้ ฉันจะขอกล่าวว่า….

ﺍﺷﻬﺪ ﺍﻥ ﻻ ﺍﻟﻪ ﺍﻻ ﺍﻟﻠﻪ

ﻭ ﺍﺷﻬﺪ ﺍﻥ ﻣﺤﻤﺪ ﺭﺳﻮﻝ ﺍﻟﻠﻪ

หลังจากนั้นเขาได้ลุกขึ้น และกอดศีรษะของอิมามฮูเซน(อ) ไว้อย่างแนบแน่น และได้จูบศีรษะท่าน จนกระทั่งเขาถูกสังหารในเวลาต่อมา….

یَا نَصْرَانِیُّ أَنْتَ مِنْ أَهْلِ الْجَنَّةِ فَتَعَجَّبْتُ مِنْ کَلَامِهِ وَ أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَ أَنَّ مُحَمَّداً رَسُولُ اللَّهِ ص ثُمَّ وَثَبَ إِلَى رَأْس‏ الْحُسَیْنِ ع فَضَمَّهُ إِلَى صَدْرِهِ وَ جَعَلَ یُقَبِّلُهُ وَ یَبْکِی حَتَّى قُتِل‏».

แหล่งอ้างอิง :

ﻗﺼﻪ ﮐﺮﺑﻼ، ﺹ 498.

ﺑﺤﺎﺭﺍﻻﻧﻮﺍﺭ، ﺝ 45 ، ﺹ 141

ﺍﻟﻠﻬﻮﻑ، ﺹ 79